Modern Technologies For Fast Construction Housing

เปิดสมองมองก่อสร้าง วันจันทร์นี้ ขอนำคลิปรวบรวมการก่อสร้างบ้านด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สะดวกรวดเร็ว จากทั่วโลกมาให้ดู มีทั้งการใช้วัสดุหลากหลายตั้งแต่คอนกรีต เหล็ก ไปถึงไม้ และโฟม หรือเปิดดูคลิปยาว 10 นาทีนี้ที่น่าสนใจมาก มีคนชมแล้วถึง 4.7 ล้านครั้ง ได้ที่นี่: https://youtu.be/IPf5ZhGqEN4

Read More

100 Companies

บริษัท วิศวกร ที่ปรึกษาต่อตระกูล ยมนาคและคณะ จํากัด (TACE) ขณะที่ธุรกิจการก่อสร้างกําลังเติบโตอย่างสอดรับกับสภาพ ความเป็นไปของเมือง และวิถีชีวิตของผู้คน ทําให้คอนโดมิเนียม อาคารสํานักงาน ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ระบบขนส่ง สาธารณะ ฯลฯ มีการก่อสร้างอยู่ในแทบทุกมุมเมือง นอกจาก ความทันสมัยความสะดวกสบายจะเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต่างใฝ่หาแล้ว ความปลอดภัยจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ภัยธรรมชาติ หรือ อุบัติเหตุต่าง ๆ ก็เป็นอีกเรื่องสําคัญที่ทั้งเจ้าของโครงการ และ ผู้เกี่ยวข้องต้องคํานึงถึง วิศวกรที่ปรึกษาผู้มีหน้าที่ให้คําปรึกษา ควบคุม ตรวจสอบการออกแบบ ไปจนถึงการก่อสร้างให้เป็นไปตาม มาตรฐาน จึงเป็นอีกอาชีพที่มีความท้าทาย เพราะความซื่อสัตย์ สุจริต การยืนอยู่บนความถูกต้องและรักษาจรรยาบรรณเท่านั้น ที่จะ ทําให้งานก่อสร้างประสบความสําเร็จและมีคุณภาพ  การจะยืนอยู่แถวหน้าในฐานะวิศวกรที่ปรึกษามืออาชีพจึงต้อง ใช้ทั้งฝีมือและระยะเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ตั้งเช่นที่ บริษัท วิศวกร ที่ปรึกษาต่อตระกูล ยมนาคและคณะ จํากัด (TACE) ได้ก่อตั้งเมื่อ ปี พ.ศ. 2528 รศ.ดร. ต่อตระกูล ยมนาค ประธานกรรมการ ด้วยอุดมการณ์ของวิศวกรที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณ และคุณธรรม โดยบริษัทฯ ได้สั่งสมประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญมาเป็นเวลา กว่า 17 ปี ทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นผู้เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของวิศวกรที่ปรึกษาไทย ซึ่งเคยถูกมองว่าทํางานอย่างไม่โปร่งใส เนื่องจากต้อง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผลประโยชน์จํานวนมาก ด้วยการยึดมั่นในความ ถูกต้อง ยุติธรรมและจรรยาบรรณเป็นสิ่งสูงสุดในการดําเนินธุรกิจ  สําหรับผลงานโดดเด่นและสร้างชื่อให้ TACE ในหลายโครงการ สําคัญของประเทศ อาทิ การบริหารงานก่อสร้างโครงการศูนย์กีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต การพัฒนาโครงการศูนย์การค้า The Gateway ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เอกมัย โครงการก่อสร้างอาคาร มูลนิธิโรคไตภูมิราชนครินทร์ ถนนพญาไท โดย TACE ได้รับการคัดเลือก จากคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ให้ควบคุมงานก่อสร้างทั้ง 2 โครงการติดต่อกัน อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์สปา ฯลฯ ส่วนงานโครงการหลักในปีนี้คืองานด้านการออกแบบและให้คําปรึกษาโครงการก่อสร้างโครงการ“แม่น้ําเรสซิเดนท์”คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม 59 ชั้น ริมแม่น้ำ เจ้าพระยา ตั้งอยู่ถนนเจริญกรุงบริเวณเดียวกับโรงแรมแม่น้ํา รามาดา พลาซ่า สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามริมแม่น้ําเจ้าพระยา ในรูปแบบพาโนรามา พร้อมการเดินทางที่ใกล้โครงการ Asiatique ของกลุ่มเบียร์ช้าง ตามแผนจะเริ่มเปิดขายในเดือนสิงหาคม 2555 อพาร์ตเมนต์ โรงแรมที่ป่าตองหาดใหญ่  รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ประธานกรรมการ บริษัท วิศวกรที่ปรึกษาต่อตระกูล ยมนาคและคณะ จํากัด (TACE) กล่าวว่า ประเทศไทยมีพัฒนาการในการก่อสร้างเช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ จากเต็มที่ยังไม่กล้าก่อสร้างอาคารสูงเกิน 30 ชั้น แต่ปัจจุบันการก่อสร้างอาคารสูง 50-60 ชั้นถือเป็นเรื่องปกติโดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างอาคารสูง จากตึก 15 ชั้นที่เคย สร้างนาน 2 ปี ขณะนี้ตึกสูง 30 ชั้นใช้เวลาทําโครงสร้างเพียง 10 เดือนเท่านั้น แต่ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงในวงการ ก่อสร้างจะเป็นไปได้ช้า เนื่องจากเป็นธรรมชาติของอาชีพ เมื่อ 2,000 ปีก่อนชาวโรมันก่ออิฐ ปัจจุบันเราก็ยังคงก่ออิฐกันอยู่การเปลี่ยนแปลงจึงไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนการเปลี่ยนยานพาหนะจากรถม้ามาเป็นเครื่องบิน หรือจรวด สําหรับประเทศไทย เมื่อ 40 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้ต่างประเทศกําลังใช้ระบบสําเร็จรูป ไม่ว่าจะเป็น Pre-Cast แต่ประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะใช้ด้วยปริมาณโครงการก่อสร้าง มีน้อยยังไม่จําเป็นที่จะใช้งานเสร็จเร็วแต่ก็ถือเป็นองค์ความรู้ในต่างประเทศจะใช้แผ่นพื้นสําเร็จรูปขนาดใหญ่ ส่วนเมืองไทย ต้องใช้แผ่นที่สามารถขนย้ายได้ TACE จึง พัฒนาแผ่นพื้นสําเร็จรูป PCM มีลักษณะ เป็นแผ่นกระดาษแบน ๆ ที่ความหนา 5 ซม. ใช้ปูพื้นบ้าน เป็นเทคโนโลยีของคนไทย ซึ่งสมัยนั้นไม่มีการจดลิขสิทธิ์ แต่น่าภูมิใจว่า มีการใช้แพร่หลายทั่วประเทศ จนปัจจุบันใช้ มา 30 ปีแล้ว  สิ่งที่บริษัทฯ พยายามทําคือ การคิดค้น เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับประเทศไทย เช่น การก่อสร้างโดยใช้อิฐมอญก็ควรจะมีการ ปรับเปลี่ยนพัฒนาเพื่อใช้วัสดุอื่นทดแทน เนื่องจากอิฐมอญมีขนาดเล็ก ทําให้ใช้งานยาก และต้องใช้อิฐมอญจํานวนมากในการ ก่อสร้าง นอกจากนั้น […]

Read More

100 ENGINEERS Vision & Experience THAILAND 2011 by Engineering Today

“ถ้าผมจะให้รางวัลกับวิศวกรผมจะให้เพราะชีวิตจิตใจเขาเป็นวิศวกร” จากผลงานในการบริหารงานก่อสร้างอย่างมืออาชีพในหลายต่อหลายโครงการ ทั้งอาคารสำนักงาน อาคารชุดพักอาศัย โรงแรมและรีสอร์ต สถาบันการศึกษา อาคารศูนย์การค้า และสวนสนุก ตลอดจนโรงงานอุตสาหกรรม การันตีได้ถึงความสามารถของ TACE ภายใต้การขับเคลื่อนของ รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ประธานกรรมการ บริษัท วิศวกรที่ปรึกษาต่อตระกูล ยมนาค และคณะ จำกัด ได้เป็นอย่างดี ด้วยบุคลิกที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ รศ. ดร.ต่อตระกูล ถือเป็นต้นแบบของวิศวกรไทยที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของความชื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ พิสูจน์ได้จากการมุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างมีคุณธรรมและยึดในจรรยาบรรณวิชาชีพวิศวกรอย่างมั่นคงตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ดร. ต่อตระกูล ให้มุมมองเกี่ยวกับวิชาชีพวิศวกรว่า สถานะของอาชีพวิศวกรในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเมื่อ 30-40 ปีที่ผ่านมา อาชีพวิศวกรไม่ใช่อาชีพที่จะทำเงินหรือหางานง่ายที่สุดเหมือนสมัยก่อน แม้ว่าอาจมีคนที่สำเร็จในวิชาชีพมีเงินทองร่ำรวยแต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีฐานะดีกว่าอาชีพอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ทำธุรกิจของตนเองและผู้ที่ทำอุตสาหกรรม ล่าสุดพบว่าเมื่อแนวทางของประเทศจะพัฒนาในเรื่องการศึกษาโดยเฉพาะบุคลากรครูซึ่งมีโครงการรับครูพันธุ์ใหม่ ซึ่งน่าจะการันตีเรื่องเงินเดือนสูงและมีอนาคตที่ดีด้วย ทำให้มีคนสมัครเรียนครูมากกว่าวิศวกร ซึ่งอาจารย์มองว่าเป็นเรื่องดีที่จะมีคนมาช่วยกันสร้างคนสร้างชาติ “คนที่ต้องการเป็นวิศวกรจะต้องรู้ความจริงตรงนี้ และจะต้องหาตัวเองให้พบว่าตัวเองเป็นช่างมีความภูมิใจในการที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่จับต้องได้และมีชีวิตเช่น อาคารสิ่งก่อสร้างซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างจากบางอาชีพที่ผลงานไม่สามารถจับต้องได้ และที่สำคัญเป็นอันดับแรก คือ ผมอยากได้คนที่เป็นวิศวกรเพราะใจรัก” สำหรับอาชีพวิศวกรที่ปรึกษาจะทำหน้าที่ด้านการบริหารงานก่อสร้าง การออกแบบ การเตรียมการควบคุมงาน ซึ่งโดยฐานะแล้วแตกต่างกับผู้รับเหมาคนละอาชีพเลย แต่หากพูดตามจริงแล้วแม้จะรู้ว่าจะก่อสร้างอย่างไร แต่เราสร้างไม่ได้เหมือนผู้รับเหมา แต่จริงๆ แล้วเราต้องการวิศวกรโยธาซึ่งเชี่ยวชาญงานก่อสร้างและตั้งบริษัทผู้รับเหมาได้และรู้เรื่องการบริหารจัดการ แต่ขณะนี้แทบไม่มีมหาวิทยาลัยใดที่บอกว่าเป็นวิศวกรเพื่อบริหารงานรับเหมามีเพียงการสอนงานก่อสร้างแค่ในระดับอาชีวะศึกษาเท่านั้น ซึ่งแตกต่างกับประเทศอื่นที่มีการเรียนการสอนในอาชีพผู้รับเหมาอย่างจริงจัง ในวิชาชีพวิศวกรหรือนักก่อสร้าง คนส่วนใหญ่ถือว่าเป็นทางเลือกสุดท้าย เป็นอาชีพที่เหมือนวรรณะที่ต่ำต้อยในวิชาชีพวิศวกร รวมถึงยังมีค่านิยมในการเรียนที่คิดว่าไม่โก้ ไม่รวย ทำให้คนคิดว่าผู้รับเหมานั้นไม่ต้องมีความรู้อะไร แต่จริงๆ ต้องใช้วิชาความรู้และเป็นวิชาชีพอย่างหนึ่งและเป็นอาชีพที่มีเกียรติ “ผมจึงบอกว่าถ้าคนที่จะเรียนวิศวกรรมต้องเข้าใจสถานะ ถ้าคนชอบก็จะมีความสุข แม้เราไม่ค่อยมีเงินมากแต่เราก็มีความสุข และสุดท้ายที่เราบอกว่าอาชีพผู้รับเหมาเป็นอาชีพที่ต่ำต้อย แต่ปรากฏว่าอาชีพนี้ก็จะเป็นผู้ที่มีรายได้มากที่สุด” ด้านการเตรียมความพร้อมของวิศวกรไทยในการออกไปแข่งขันกับต่างชาติในไม่อีกกี่ปีข้างหน้า ในเรื่องนี้ ดร.ต่อตระกูล มีความเห็นว่า การเปิดเสรีด้านการลงทุนภายใต้กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมืออย่างเสรี ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดแรงงานเป็นไปอย่างเข้มขั้น ซึ่งทุกวันนี้ในส่วนของธุรกิจก่อสร้างนั้นประเทศสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ได้ออกแข่งขันในตลาดต่างประเทศมากกว่าประเทศไทยนานแล้วในแง่ของการแข่งขันนั้นแม้ไทยจะมีบริษัทแนวหน้าที่เทียบเท่าบริษัทต่างชาติได้แล้ว แต่ก็ยังเป็นบริษัทที่มาอยู่ในเมืองไทย คนไทยยังขาดประสบการณ์ที่จะออกไปแข่งขันในตลาดต่างประเทศ เนื่องจากภาษาอังกฤษของวิศวกรไม่ค่อยดีจึงเหมือนคนตาบอด ซึ่งจริงๆคนไทยสามารถที่จะสู้ได้แต่ต้องฝึกฝนให้มากกว่านี้ ส่วนในแง่การออกแบบนั้นบริษัทต่างชาติได้เข้ามาแข่งขันกับคนไทยแล้วแต่ยังไม่เป็นทางการ สิ่งเดียวที่ตอนนี้เราสู้ได้อย่างเดียวคือราคาถูก วิศวกรนั้นจึงจำเป็นต้องมีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่ออาชีพที่ดี ยิ่งเป็นวิศวกรยิ่งต้องตั้งโจทย์เอง หาคำตอบ บางทีต้องค้นหาปัญหาได้เองด้วยจึงต้องยิ่งฝึกฝนตนเองไม่เช่นนั้นต้องเป็นลูกน้องต่างชาติที่เขารู้มากกว่า แม้ว่าจะสมองดีแต่ก็เหมือนคอมพิวเตอร์ที่ Speed ดีแต่ไม่มีข้อมูล รวมถึงต้องเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนด้วยถึงจะแข่งขันได้” ในส่วนของ TACE ผมคิดว่าการแข่งขันกับบริษัทต่างชาติจะไม่มีเพราะเขาจะมาเลือกงานที่มีมาร์จิ้นสูง แข่งขันน้อย เห็นความแตกต่างได้ชัดจากค่าออกแบบของคนไทยคิดจากราคาก่อสร้างที่ตั้งไว้อย่างมาก 4%ในงานส่วนของงานราชการจะคิดจากราคาก่อสร้าง 1.75% ส่วนต่างประเทศจะคิดที8-10% แต่คนมองเป็นอินเตอร์ก็ยินดีจ่าย แต่การบริหารงานก่อสร้างต้องใช้คนเยอะมาร์จิ้นน้อย แข่งขันสูง” ตลอดระยะเวลา 25 ปี ทีมวิศวกรของTACE ได้สร้างผลงานด้านการบริหารงานก่อสร้างที่หลากหลายโครงการ โดยโครงการขนาดใหญ่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ TACE อาทิ อาคาร Tower Park คอนโดมิเนียมที่ซอยนานาใต้, การออกแบบและควบคุมงานสร้างคอนโดมิเนียม สูง 40 ชั้นที่ชะอำ จ.เพชรบุรี ของกลุ่มกฤษดานคร, การพัฒนาโครงการศูนย์การค้า The Gateway ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เอกมัย, โครงการก่อสร้างอาคารมูลนิธิไตภูมิราชนครินทร์ และล่าสุดโครงการศิริปันนา วิลล่ารีสอร์ทแอนด์ สปา เชียงใหม่ ดร.ต่อตระกูล มองว่า ปัจจุบันงานก่อสร้างไม่ได้ง่ายเหมือนการสร้างบ้านในสมัยโบราณเพียงอย่างเดียว แต่สมัยนี้ต้องมีงานด้านอื่นมาเกี่ยวข้องทั้งงานเทคนิค เทคโนโลยีไฟฟ้า งานประปา และระบบอื่นๆ ที่ต้องเข้ามารวมอยู่ด้วยกัน หน้าที่ของเราคือ ต้องจับมาประสานให้เข้ากัน เบื้องหลังของความสำเร็จไม่มีใครรู้ว่ามันยากลำบาก แต่บางครั้งอาจไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าใครอยู่เบื้องหลังแต่เรารู้และเราก็ภูมิใจ “สิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขทุกครั้งคือ การเห็นโรงแรมโครงการที่เป็นสถานศึกษาและอาคารสถานที่ต่างๆ เป็นอาคารที่มีชีวิต เห็นการเจริญเติบโต และมีคนมาใช้งานแล้วเขามีความสุขกับสิ่งที่เรามีส่วนร่วมสร้างขึ้น เราก็มีความสุขร่วมด้วย แม้ว่าเราจะไม่ใช่เจ้าของแต่เราก็ภูมิใจ” อีกหนึ่งผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจให้ ดร.ต่อตระกูล คือการเป็นบริษัทที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างศูนย์กีฬาเอเซียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต โครงการระดับชาติ ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของ TACE บริษัทวิศวกรที่ปรึกษาสัญชาติไทย “ความภูมิใจในการทำโครงการไม่ได้อยู่ที่ว่าโครงการมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่แต่เราดูว่าเราได้ทุ่มเทเต็มที่และได้งานออกมาเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ต่างหาก เช่น การบริหารงานก่อสร้างศูนย์กีฬาเอเขียนเกมส์ครั้งที่ 13 ที่เป็นงานระดับประเทศ ที่ต้องมีการประมูลที่ตรงไปตรงมาเพื่อให้งานออกมาสวย เสร็จทันตามกำหนดเวลาและอยู่ในงบประมาณด้วย ซึ่งถือเป็นการพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพของวิศวกรไทย” ดร.ต่อตระกูล ย้ำเสมอว่า คนที่เป็นวิศวกรต้องภูมิใจในความเป็นวิศวกรที่ใช้จรรยาบรรณของวิศวกรซึ่งเป็นจรรยาบรรณสากลต้องทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม และต้องยอมรับว่า คนที่ยึดจรรยาบรรณอาจไม่ประสบผลสำเร็จทางด้านการเงิน เพราะในจรรยาบรรณไม่ได้บอกว่าวิศวกรต้องสร้างความร่ำรวยให้ตนเอง อาชีพวิศวกรที่ปรึกษาจึงเหมือนกับอาชีพผู้พิพากษาที่ทำงานโดยไม่ได้หวังความร่ำรวย และถึงแม้จะไม่ใช่ผู้พิพากษาโดยตรง แต่วิศวกรที่ปรึกษาก็ถือเป็นผู้พิพากษาในอาชีพที่จะต้องให้ความเห็นในแง่วิชาการว่าสิ่งใดควรทำ หรือไม่ควรทำ “ถ้าผมจะให้รางวัลกับวิศวกร ผมจะให้เพราะชีวิตจิตใจเขาเป็นวิศวกร ในแง่วัตถุเขาไม่มีอะไรเลยแต่เขาสามารถที่จะสร้างความเจริญได้ ซึ่งอาจจะหายากกว่าที่คนนี้มีเงินเดือน ตำแหน่งสูง หรือเป็นชีอีโอบริษัทที่ประสบความสำเร็จเสียอีก”และนี่คือ […]

Read More

Lab Room เทคนิคการบริหารงานก่อสร้างสมัยใหม่ สร้างห้องเสมือนจริงก่อนนำไปก่อสร้างจริงลดระยะเวลาก่อสร้าง

“Lab Room” ในความหมายทั่วไปคือ การทดลองผลิต (Pllot Production) ของโรงงาน เพื่อผลิตออกมาเป็นต้นแบบ ก่อนจะทำการผลิตจริงในปริมาณมาก (Mass Production) ในระดับอุตสาหกรรม แต่“Lab Room” ในโครงการแม่น้ำเรสซิเดนท์ คือ ห้องเสมือนจริง ซึ่งเป็นการจำลองเหตุการณ์การก่อสร้างจริงในทุกขั้นตอนการทำงาน เพื่อจะได้ทราบอัตราการทำงานของคนงานรวมทั้งปริมาณวัสดุและอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในแต่ละกิจกรรมที่สำคัญทำให้คันพบปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในขั้นตอนการทำงานกว่า 100 หัวข้อ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการก่อสร้างอาคารจริง ช่วยให้ผู้รับเหมาลดระยะเวลาในการก่อสร้าง และลด Defect ที่เกิดขึ้น อีกทั้งช่วยให้ผู้ควบคุมงนลดระยะเวลาในการตรวจสอบงาน ทำให้เจ้าของโครงการได้ส่งมอบผลงานที่มีคุณภาพให้ลูกค้าได้เร็วกว่าแผนเดิมที่กำหนตไว้ ในการทำงานของโครงการแม่น้ำเรสชิเดนท์ จะเริ่มจากการเลือกห้องที่จะทดลองทำในห้อง Lab Room ก่อน ซึ่งเป็นห้องที่มีจำนวนมากที่สุดของโครงการจากนั้นก็คำนวณวลาการทำงานจริงจากไซต์งานข้างบนลงมาจำลองไว้ใน Lab Room ต้านล่าง และวัดประสิทธิภาพการทำงาน โดยแสงฟ้าฯ จะคัดเลือกทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญมาทำงานLab Room เพื่อรับเอาความสามารถพิเศษที่เขาทำได้รวดเร็วมาเป็นตัวอย่างให้ทีมอื่นๆ นอกจากนี้ในการทำ Lab Room ยังมีการใช้เทคโนโลยีกล้อง Timelapse ซึ่งจะช่วยให้สามารถจับเวลาที่ทำงานแล้วเสร็จจริง และยังเป็นการย่นย่อเวลาการทำงานในแต่ละ Loop ลงเหลือเวลาเพียงไม่กี่นาทีเป็นประโยชน์ให้ผู้คุมงานสามารถสังเกตปัญหาได้ ในการทำ Lab Room โครงการจะมีการจดปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งพบว่ามีปัญหาเกิดขึ้นมากมายจากงานหลายๆ ส่วนรวมกัน เช่น แบบไม่ดี วัสดุไม่ไต้คุณภาพคนงานไม่ได้คุณภาพหรือแม้กระทั่งเครื่องมือคนงานไม่ได้คุณภาพ เช่นไม้วัตระดับน้ำเพี้ยนก็จะต้องนำมาตรวจสอบและแก้ไข เพื่อให้ได้ผลงานที่ดีโดยพบปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน Lab Roomเกือบ 100ข้อซึ่งสามารถนำไปปรับแก้ในการทำงานก่อนที่จะก่อสร้างอาคารจริง ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาดในการทำงานจริง เพื่อนำไปสู่เป้าหมายของการลดระยะเวลาทำงาน เกิด Defect น้อยที่สุด และช่วยให้การตรวจสอบงานง่ายขึ้น และใช้เวลาน้อยลง ที่สำคัญ การนำ Lab Room เข้ามาใช้ในการก่อสร้างนี้ยังช่วยทดสอบแผนงาน Loop Construction ที่ทีมงานได้วางแผนลำดับการทำงานก่อนหลังว่าควรจะปรับปรุงแก้ไขในส่วนใด ทำให้แผนการทำงานตาม Loop Construction ที่โครงการแม่น้ำเรสซิเดนท์วางไว้ได้ตามเป้าประสงค์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำงานจริงมาก กล่าวคือ เมื่อเกิด ปัญหาผู้รับเหมาก่อสร้างที่ปรึกษาและเจ้าของโครงการ จะได้เห็นปัญหา พร้อมกัน เพื่อหาทางแก้ปัญหาก่อนที่จะเกิดความเสียหายขึ้น Loop Construction โครงการแม่น้ำเรสชิเดนท์แบ่ง Loop การทำงานออกเป็น 15 Loop แต่ละ Loop มีระยะเวลาการทำงาน 7 วัน ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจการทำงานโดยนำงานที่สามารถทำงานร่วมกันได้ใส่ไว้ในแต่ละ Loop เพื่อให้เกิดผลงานที่ดี มีประสิทธิภาพ ไม่ต้องมีการแก้ไขแม้ว่าในช่วงแรกๆของการทำงานหลายคนจะเกิดข้อสงสัยและมีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างทำงาน แต่ก็สามารถนำปัญหาต่างๆ มาพูดคุยและทำความเข้าใจ โดยสามารถปรับทัศนคติ (Mindset) ในการทำงานของทีมงานจนเกิดเป็นการทำงานใหม่ๆที่ทุกคนต้องร่วมกันทำงาน เพื่อให้ได้ผลงานที่ดีออกมา หัวใจสำคัญของ Loop Construction คือ 1. การทำงานในแต่ละ Loopจะต้องใช้เวลาเท่ากัน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่อาจยึดหยุ่นได้ เช่น แผนงานที่วางไว้ต้องเสร็จภายใน 7 วันจะต้องทำให้เสร็จภายใน 7 วันก่อนที่จะส่งงานให้ Loop ถัดไป จะเลื่อนส่งงานออกไปไม่ได้ เพราะจะไปกระทบการทำงานของ Loop อื่น ทำให้ไม่ตรงตามแผนงานที่วางไว้ 2. ระยะเวลาทำงานที่ตกลงกันต้องทำงานได้จริง การทำงานLoop ละ 7 วัน ได้มีการคำนวณโดยพิจารณาจากความเหมาะสมว่า สามารถทำงานในแต่ละกิจกรรมได้จริง 3. การแบ่งงานออกเป็นแต่ละ Loop จะต้องสอดคล้องกัน โดยที่แต่ละLoop จะต้องลงมาทดสอบการทำงานในห้อง Lab Room ซึ่งถ้าพบว่าไม่สอดคล้องกัน จะได้ปรับแผนได้ 4. การส่งมอบงานให้Loop ถัดไปจะต้องส่งผลงานที่ดีที่สุด ในแต่ละ Loop จะต้องทำงานของตนเองให้ดี เช่นทดสอบการปูกระเบื้องจริงใน ห้อง Lab Room พอทำงานเสร็จก็ต้องเดินตรวจเลย หากปูกระเบื้องผิดก็ต้องรื้อทำใหม่ทำให้งานออกมาดีที่สุด 5. Loop ต้องลงรายละเอียดถึงการตรวจงาน และการซ่อมหลังตรวจงาน ส่วนใหญ่ในแต่ละ Loopจะวางแผนการทำงานให้เสร็จภายใน 6 วันที่เหลืออีก 1 วันจะเป็นการเก็บงาน ช่อมงาน และรักษาความสะอาดก่อนส่งมอบงาน ซึ่งส่วนใหญ่ทุกคนจะต้องทำงานให้ดีที่สุดและต้องแก้งานให้เรียบร้อยตามที่ผู้ควบคุมงานเข้ามาตรวจการทำงานทุกวันอยู่แล้ว Lab Room กรณีศึกษาโครงการแม่น้ำเรสชิเดนท์ จากประสบการณ์ในการทำ Lab Room ทำให้ได้รับประโยชน์หลายประการด้วยกัน กล่าวคือ 1. ลดเวลาการทำงาน ลตการรอคอยงานติดตั้งผนังสำเร็จรูป (Precast) โดยจัดเตรียมเกลียวเหล็กฝังในช่วงงานพื้นโครงสร้างแท่นการใช้สว่านเจาะฝังพุกเหล็กเพื่อยึดแฝนเพลทสำหรับเชื่อมยึดจุดหิ้วแผ่นใต้พื้นโครงสร้าง ซึ่งใช้แรงงานเท่าเดิม แต่ได้ผลงานมากขึ้น คือ สามารถลดระยะเวลาในการติดตั้งผนังสำเร็จรูป(Pre-cast) ได้เร็วขึ้น 2. ลด Defect […]

Read More

แนวคิดการทำงานแบบ Single Team

โครงการแม่น้ำเรสซิเดนท์ชูแนวคิดการทำงานแบบ Single Team ตอบโจทย์ก่อสร้างได้เร็วขึ้นแต่ใช้ต้นทุนที่น้อยลง ในการก่อสร้างอาคารสูงพิเศษ (Super Tower) จะต้องอาศัยความร่วมมืจากผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝาย ทั้งเจ้าของอาคาร ที่ปรึกษาผู้ออกแบบและผู้รับเหมาก่อสร้างเพื่อให้ทุกขั้นตอนการก่อสร้างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ ต้นทุนการก่อสร้าง และระยะเวลาที่กำหนด สำหรับโครงการแม่น้ำเรสชิเดนท์ นอกจากจะนำการบริหารงานก่อสร้าง (Construction Management : CM) มาใช้เฉกเช่นโครงการทั่วไปแล้ยังได้นำแนวคิดการทำงานแบบ Single Team หรือการทำงานแบบทีมเดียวกัน มาช่วยในการบริหารจัดการงานก่อสร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีการบริหารการก่อสร้างสมัย ใหม่มาใช้ในการก่อสร้าง เพื่อให้อาคารแข็งแรง มีคุณภาพ ก่อสร้างได้เร็วขึ้น แต่มีต้นทุนการก่อสร้างที่ลดลงโครงการแม่น้ำเรสซิเดนท์ บริหารงานโดย เดชา ตั้งสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแม่น้ำเรสซิเดนท์จำกัด ผู้พัฒนาโครงการแม่น้ำเรสชิเดนท์ โดยมี รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ประธานกรรมการบริษัท วิศวกรที่ปรึกษาต่อตระกูล ยมนาคและคณะ(TACE) เป็นที่ปรึกษาโครงการและควบคุมงานก่อสร้าง พร้อมด้วยทีมงานผู้รับเหมาก่อสร้างจาก บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด ทีมงานสถาปนิกจากบริษัทPalmer&Turner จำกัด ทีมงานออกแบบตกแต่งภายในจาก บริษัท Interior Vision จำกัด และทีมงานออกแบบภูมิสถาปัตย์จาก บริษัท Green Architects จำกัด แนวทางการทำงานแบบ Single Team ในการทำงานก่อสร้างทั่วไปจะแบ่งขั้นตอนการทำงานตามลำดับของงาน โดยเริ่มจากเจ้าของโครงการระบุถึงสิ่งที่ต้องการให้สถาปนิกออกแบบ สถาปนิกก็จะทำการออกแบบตามโจทย์ที่เจ้าของโครงการให้ ให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ผู้รับเหมารับไปก่อสร้างให้เหมือนรูปแบบที่ผู้ออกแบบได้ออกแบบไว้เมื่อผู้รับเหมาก่อสร้างเสร็จแล้ว จะถึงขั้นตอนที่ผู้ควบคุมงานมาตรวจว่าได้ทำถูกต้องตามแบบและข้อกำหนดหรือไม่ หากทำไม่ถูกต้องตรงตามแบบก็จะสั่งให้ทุบทิ้งและทำใหม่ โดยที่กลุ่มคนต่างๆเหล่านี้แทบจะไม่พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำงาน ทำให้เกิดช่องว่างในการทำงาน ส่งผลให้งานล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้อีกทั้งยังทำให้งบประมาณบานปลายแต่ในโครงการแม่น้ำเรสชิเดนท์ถือว่าได้ปฏิวัติการทำงานรูปแบบใหม่ บนแนวคิดของการทำงานแบบ “Single Team” โดยให้ทีมงานทุกฝ่ายทำงานเสมือนหนึ่งเป็นพวกเดียวกัน หรือเป็นทีมเดียวกัน ถึงแม้ว่าต่างคนจะมาจากต่างบริษัทและต่างบทบาทกัน โดยจะร่วมกันทำไปด้วยกันทุกฝาย ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ หากเห็นว่าจะเกิดข้อผิดพลาดก็ช่วยกันแก้ไขแม้กระทั่งในรูปแบบที่ทำยาก ซึ่งทำแล้วอาจจะเกิดข้อผิดพลาดและไม่สวยงามก็จะต้องร่วมกันคิดและหาวิธีที่จะทำออกมาแล้วสวยงาม แต่ทำได้ง่ายขึ้นเพื่อจะได้ไม่ต้องไปแก้ไขแบบในภายหลัง อาจกล่าวได้ว่าเป็นการหาข้อสรุปที่ดีที่สุดจากทุกความคิดเห็นเพื่อตอบโจทย์งานก่อสร้างที่เร็วขึ้น แต่มีต้นทุนที่ลดลงหลักการทำงานแบบ Single Team จะให้ความสำคัญกับทุกฝ่ายเท่ากันทุกคนจะมีระดับเท่ากัน และมีสิทธิออกความเห็นด้วยกัน โดยที่ทุกคนต้องมีเป้าหมายร่วมกัน เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพและรวดเร็วตัวอย่างของการประยุกต์ใช้วิศวกรรมคุณค่า (Value Engineering) ในการทำฐานราก ช่วยลดค่าใช้จ่ายประมาณ 40 ล้านบาท ล้วนมาจากการให้ทั้ง3ฝายได้แก่ที่ปรึกษาผู้ออกแบบและผู้รับเหมาตัดสินใจร่วมกันบนเป้าหมายเดียวกัน อีกทั้งการทำ Lab Room ที่ทุกคนกล้าแสดงความคิดเห็นในทุกๆ ปัญหาก็เป็นผลลัพธ์จากการทำงานแบบ Single Team เช่นกันซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการก่อสร้างและได้คุณภาพงานที่ดีขึ้น มุมมองของเจ้าของโครงการ การทำงานแบบ Single Team คือ การเปิดให้ทุกฝ่าย คือ ที่ปรึกษาผู้ออกแบบและผู้รับเหมาได้มาทำงานร่วมกัน พร้อมเปิดโอกาสให้ได้แสดงข้อคิดเห็นถึงความยากง่ายและความสวยงามของแบบในการก่อสร้าง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้แบบออกมาสวยงาม แต่การก่อสร้างไม่ยาก และใช้งานได้ดี อย่างเช่น ผนัง Corridor ของโครงการฯ ยาวต่อเนื่องกันมาก ทำให้ผู้รับเหมาทำงานลำบาก เพื่อให้ผนังเรียบเสมอกันผู้ออกแบบจึงช่วยเพิ่มส้นแนวผนังซึ่งจะช่วยลดความยาวต่อเนื่องของผนัง และส่งงานได้ง่ายขึ้นในการทำงานแบบ Single Team นี้ เจ้าของโครงการจะทำหน้าที่สรุปและตัดสินใจในข้อที่ขัดแย้งกัน พร้อมกับเปิดโอกาสใหม่ๆ และวิธีใหม่ๆที่จะเกิดประโยชน์ต่อการก่อสร้างที่สำคัญการที่เจ้าของโครงการมีความรู้ทางด้านวิศวกรรม ถือเป็นข้อได้เปรียบทำให้เข้าใจการทำงานของทุกฝ่าย และมีส่วนช่วยให้การทำงานแบบ Single Team บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้เป็นที่ทราบกันดีว่า ที่ปรึกษาจะเป็นผู้ตรวจสอบและควบคุมงานแต่โครงการแม่น้ำเรสชิเดนท์ได้วางแนวคิดให้ที่ปรึกษากับผู้รับเหมาจะต้องเป็นทีมงานเดียวกัน โดยพยายามเปลี่ยน Mindset ของทั้ง 2 ฝ่ายให้ช่วยกันทำงานโดยไม่ขัดแย้งกัน ที่ปรึกษาไม่ได้จำกัดหน้าที่เพียงแค่ตรวจสอบและควบคุมงานเท่านั้น แต่จะต้องเข้ามาช่วยแก้ไข (Solve)ปัญหาต่างๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขณะที่ผู้ออกแบบและผู้รับเหมาต้องช่วยกันเสนอแนวทางที่ตนเองถนัดและทำได้ดีโดยที่ทุกคนต้องประสานงานกันจึงเรียกว่า Single Team คือเป็นทีมเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ได้ ทำให้การบริหารจัดการราบรื่นแบบที่ได้จะเป็นแบบที่ดีขึ้น สร้างได้จริง รวมทั้งส่งมอบงานที่มีคุณภาพ และตรงตามเวลา มุมมองของผู้รับเหมาก่อสร้าง การทำงานแบบ Single Team ของผู้รับเหมาก่อสร้างอย่างบริษัทแสงฟ้าก่อสร้างจำกัด เริ่มจากการจัดตั้งทีมงานภายใน ซึ่งเป็นพนักงาน 40 คน และคนงานประมาณ600คนให้เป็นทีมเดียวกันก่อนโดยไม่มีข้อขัดแย้งในส่วนของการทำงานร่วมกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของโครงการ บริษัทที่ปรึกษา ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมารายอื่นที่เป็น Sub contractor ของแสงฟ้าฯ เองและผู้รับเหมาซึ่งเจ้าของโครงการจ้างมารวมทั้งสิ้น 10 บริษัท ทำให้แสงฟ้าฯ ต้องนำการบริหารงานก่อสร้าง(Construction Management: CM) มาใช้ โดยมี Project Coordinator ซึ่งเป็นวิศวกรงานระบบที่จะต้องประสานงานระบบและประสานงานทุกฝ่ายเพื่อให้ได้ตามแผนงานที่วางไว้โดยแสงฟ้าฯจะแจ้งข้อกำหนดคราวๆให้ทุกฝ่ายเข้ามาประชุมกันแล้วหาข้อสรุปที่ดีที่สุดมาปฏิบัติในโครงการ โดยมีเป้าหมายเป็นที่ตั้งเพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้บนกฎกติกาที่มีร่วมกัน จากการสรุปแผนงานร่วมกันพร้อมเขียนแผนงานคราวๆ ซึ่งผ่านการ Approve แผนร่วมกันจากทีมงานทั้ง3ฝ้ายได้แก่เจ้าของที่ปรึกษาและผู้รับเหมา ก่อนที่จะสรุปเป็นแผนที่เรียกว่า Loop Construction และเดินงานตาม Loop Construction เนื่องจากการทำ Loop Construction เป็น […]

Read More

รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค Tace 25 ปี ควบคุมงานคุณภาพบนเส้นทางวิศวกรที่ปรึกษามืออาชีพ

ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา มีบุคคลผู้หนึ่งที่เดินบุกเบิกมาบนเส้นทางของการ ประกอบวิชาชีพวิศวกรที่ปรึกษา ผู้แน่วแน่ในการทํางานอย่างมีคุณธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ วิศวกรอย่างมั่นคง วิศวกรท่านนี้ คือ รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ผู้ก่อตั้งบริษัท วิศวกรที่ปรึกษาต่อตระกูล ยมนาคและคณะ จํากัด หรือ TACE Ltd. (Tortrakul and Associates Consulting Engineer) นั้นเป็นต้นแบบของวิศวกรไทยที่ได้รับการยอมรับและ ยึดถือเป็นวิศวกรในดวงใจ หรือ The Idol ที่มากด้วยความสามารถและประสบการณ์ ซึ่งสิ่งสําคัญ ที่สุดคงไม่พ้นเรื่องการประกอบวิชาชีพด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้  “ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้ทํางานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตมาโดยตลอด เป็นแบบอย่างของ วิศวกรในการประกอบวิชาชีพด้วยความมีจรรยาบรรณ ยึดมั่นในความตรงไปตรงมา และทํางาน อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ยุติธรรม แม้ว่าการทํางานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต อาจไม่ได้รับ ผลตอบแทนเป็นเงินสูงสุด แต่ก็มีความภูมิใจในความเป็นวิศวกรได้เต็มภาคภูมิ ต้องยอมรับว่าภาพพจน์ของวิศวกรที่ปรึกษานั้น อาจถูกมองว่าเต็มไปด้วยอํานาจที่ ห้อมล้อมด้วยผลประโยชน์นานาชนิด ดังนั้น การประกอบวิชาชีพวิศวกรที่ปรึกษาด้วยความ ยึดมั่นในจรรยาบรรณ ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง ซึ่งวันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าเราสามารถดําเนิน งานต่าง ๆ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และยังสามารถดํารงชีพ นี่คือคํากล่าวของ รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ที่สะท้อนถึงความมีจรรยาบรรณ ในการประกอบวิชาชีพอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมกับบทพิสูจน์ของ TACE ที่มุ่งพัฒนาการบริหารงาน ก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง การันตีด้วยผลงานคุณภาพจากประสบการณ์ในการบริหารงานก่อสร้าง อย่างมืออาชีพหลายต่อหลายโครงการ ทั้งอาคารสํานักงาน อาคารชุดพักอาศัยหรือ คอนโดมิเนียม โรงแรมและรีสอร์ท สถาบันการศึกษา อาคารศูนย์การค้า และสวนสนุก ตลอดจน โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งล้วนแต่เป็นผลงานการควบคุมงานก่อสร้างที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง เป็นอาจารย์สอนวิชาการบริหารงานก่อสร้าง 9 ปี ก่อนออกมารับงานเอง รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ยมนาค เริ่มทํางานครั้งแรกกับบทบาทของการเป็นอาจารย์ประจําภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งคณบดีใน ขณะนั้น คือ ดร.ชัย มุกตพันธ์ ที่มี นโยบายที่ต้องการ ให้คณะวิศวฯ เปิดสอนวิชาการบริหารงานก่อสร้าง หรือ Construction Management (CM) รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล จึงได้เข้าเป็นอาจารย์ประจํา สอนวิชาการบริหารงานก่อสร้าง ขณะนั้นเป็นวิชาที่นิสิตส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสําคัญมากนัก เพราะ คิดว่าเป็นวิชาที่สามารถอ่านจากตําราได้เอง ต่างจากวิชาอื่น ๆ ยากที่จะทําความเข้าใจ ต้องมีการคํานวณ และวิเคราะห์ แม้ว่าวิชาการบริหารงานก่อสร้างนั้น จะมีความท้าทายมากกว่า เพราะต้องออกไปเผชิญ กับปัญหาใหม่ ๆ ตลอดเวลาที่งานก่อสร้างจริง ซึ่งไม่มีสูตรสําเร็จในการบริหารหรือจัดการแก้ไข แตกต่างกระทั่งการออกแบบและคํานวณโครงสร้างต่างๆ บนกระดาษ หรือทํางานกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เท่านั้น แต่ผมก็เข้าใจได้กับความรู้สึกเช่นนั้น เพราะในช่วงเวลานั้นวิศวกรออกแบบโครงสร้างเป็นวิชาชีพ ที่มีรายได้ค่อนข้างสูง จึงเป็นเหตุผลที่นิสิตวิศวฯ ส่วนใหญ่มุ่งจะเป็นวิศวกรออกแบบมากกว่าที่จะเป็น วิศวกรบริหารงานก่อสร้าง “ผมทํางานเป็นอาจารย์สอนวิชาการบริหาร งานก่อสร้างอยู่ 9 ปี วันแรกที่สอน มีนิสิตหญิง คนหนึ่งถามว่าอาจารย์สอนวิชาการวางแผนงาน ก่อสร้างด้วยวิธี CPM (Critical Path Method) ขณะนั้นเป็นเรื่องใหม่พอสมควร อาจารย์เคยทดลองใช้วิธีนี้กับโครงการก่อสร้างต่างๆ ในการบริหารงานจริงหรือไม่ คําถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทําให้ผมออกไปทํางานทุกวันเสาร์ในบริษัทก่อสร้างจริง นําการบริหารงานก่อสร้างด้วยวิธี CPM มาประยุกต์ใช้ใน โครงการก่อสร้างที่รับผิดชอบอยู่อย่างจริงจัง และ ปรากฏว่าประสบผลสําเร็จ มีหลาย ๆ โครงการติดต่อมาให้เข้าไปรับงานบริหารงานโครงการก่อสร้างทําให้ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการเป็นอาจารย์ที่ดีที่ไม่ใช้เวลาราชการกับงานนอกมาก กับการออก มาทํางาน ของตนเองอย่างเต็มที่เลย” งานแรกของ TACE ซ่อมแซมโบสถ์กาลหว่าร์ เมื่อตัดสินใจก้าวออกมาเป็นวิศวกรที่ปรึกษาบริหารจัดการงานก่อสร้างโครงการต่าง ๆ รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ได้เริ่มต้นเพียงสํานักงานเล็ก ๆ ในซอยกลาง บริเวณชั้นล่างของโรงแบดมินตันแรคเก็ตคลับ (Racket Club) กับพนักงาน 3 คน เบื้องต้นยังไม่ได้จดทะเบียนบริษัท จึงดําเนิน การในรูปแบบของคณะบุคคลก่อนที่จะมาจดทะเบียนเปลี่ยนเป็น บริษัท วิศวกรที่ปรึกษา ต่อตระกูล ยมนาคและคณะ จํากัด ในเวลาต่อมา “งานแรกๆ นั้นได้มาจากเพื่อนๆ รุ่นพี่ หรือ คนรู้จักกัน เนื่องจากยังไม่มีผลงานการควบคุมงาน ก่อสร้างที่สามารถอ้างอิงได้อย่างเป็นรูปธรรม ยังจําได้ดีว่าผลงานแรกที่ได้งานเป็นงานแรก ก็คือการควบคุมงานการบูรณะซ่อมแซมโบสถ์กาลหว่าร์ เป็นโบสถ์คริสต์แห่งแรกๆ ในประเทศไทย ตั้งอยู่ริม แม่น้ําเจ้าพระยา ซึ่งได้ดําเนินการซ่อมแซมโดย […]

Read More

ขบวนการคิดแบบ VE (Value Engineering) เพื่อลดต้นทุนการก่อสร้างอย่างสร้างสรรค์

รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ประธานที่ปรึกษา โครงการแม่น้ำเรสซิเดนท์  หลักการและขบวนการทาง VE หรือวิศวกรรมคุณค่า หรือที่มีชื่อเรียกต่าง ๆ กันอีกหลายชื่อว่า Value Management และ Value Analysis เป็นศาสตร์สําคัญวิชาหนึ่งที่ต้องศึกษากันในกลุ่มวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ เพื่อใช้ลดต้นทุนในการผลิตโดยไม่ลดคุณค่าของผลิตภัณฑ์  คําจํากัดความของ Value Engineering กําหนดไว้ว่า วิศวกรรมคุณค่า (VE) เป็นระบบวิธีการที่ใช้ในการปรับปรุง “คุณค่า” ของสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ หรือบริการ โดยเปรียบเทียบออกมาเป็นอัตราส่วนระหว่าง “ประโยชน์ที่ต้องการใช้สอย” กับ “ต้นทุนค่าใช้จ่าย”    จากสมการนี้ “คุณค่า” จึงสามารถเพิ่มขึ้นได้โดยการเพิ่ม “ประโยชน์ ที่ต้องการใช้สอย” หรือลด “ต้นทุนค่าใช้จ่าย” หัวใจหลักของวิศวกรรม คุณค่าที่สําคัญมากที่จะต้องระลึกไว้เสมอตลอดเวลาของการค้นคิดและ ค้นหาวิธีเพื่อเปลี่ยนแปลงปรับปรุงในผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม จะต้องรักษาพื้นฐานของ “ประโยชน์ที่ต้องการใช้สอย” ไว้ไม่ให้ถูกตัดทอนลดลงเป็น อันขาด  ต่อมาในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 ก็ได้มีการนํา VE มา ใช้ในกองทัพ บังคับไว้ในสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง ให้ผู้รับเหมางาน ก่อสร้างของกองทัพต้องทําข้อเสนอเพื่อลดต้นทุนค่าก่อสร้าง (Value Engineering Change Proposals – VECP)  VE ไม่ใช่การลดราคาแบบง่ายๆ โดยการลดจํานวนวัสดุ หรือลดคุณภาพ เช่น การลดเหล็กเสริมคอนกรีตในโครงสร้างโดยการคํานวณ ใหม่ให้ละเอียดมากขึ้น โดยยังมีขนาดของโครงสร้างเท่าเดิม แม้จะลดราคาได้ จึงไม่ใช่ VE (รูปที่ 1) แต่การปรับรูปแบบและวิธีการก่อสร้างด้วย จึงจะถือว่าเป็น VE ที่มีคุณค่ามาก (รูปที่ 2) หากใช้ขบวนการ VE โดยมีขั้นตอนการคิดตามระบบ จะออกมาเป็นแบบรูปที่ 2 ซึ่งได้เปลี่ยนวัสดุและรูปแบบจากคอนกรีตมาเป็นท่อเหล็กกันสนิม โดยที่ยังคงความสามารถในการระบายน้ําได้ในปริมาณ เท่าเดิม กรณีศึกษาโครงการแม่น้ําเรสซิเดนท์   การใช้ VE ในช่วงก่อสร้างฐานรากที่โครงการแม่น้ําเรสซิเดนท์ ได้ผลลดค่าใช้จ่ายได้ 40 ล้านบาท และร่นเวลาได้ 25 วัน   Value Engineering (VE) จะเริ่มต้นจากการตั้งคําถามว่า : “มีวิธีการทํางานอื่น ๆ อีกไหมที่จะทําให้ออกมาได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม แต่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมในเรื่องเวลา หรือคุณภาพ หรือค่าใช้จ่าย”     ในกรณีทําฐานรากขนาดใหญ่มากที่โครงการแม่น้ำเรสซิเดนท์ เราได้เริ่มด้วยคําถามที่ท้าทายจากผู้บริหารงานก่อสร้าง (CM) ว่า “ฐานรากของเราสร้างแบบที่ไม่ต้องขุดลงไปในดินเลยได้ไหม?” คําตอบจากทีมงานได้มาว่า ไม่ขุดเลยนั้นไม่ได้ แต่ขุดให้น้อยลงได้ โดยสถาปนิกร่วมปรับแบบย้ายถังน้ํา บ่อบําบัด ที่เคยอยู่ใต้ฐานราก ออกไปอยู่นอกฐานราก และวิศวกรผู้ออกแบบโครงสร้างช่วยปรับแบบ ฐานรากส่วนที่มีช่องลิฟต์ให้มีความหนาเท่ากับความหนาทั่วไป ผู้รับเหมาก็ร่วมคิดโดยขอเทคอนกรีตรวดเดียวโดยไม่ต้องแบ่งเทเป็น 2 ชั้นทําให้ร่นเวลาได้ เจ้าของ (Owner) เห็นด้วยในหลักการนี้ และสนับสนุนโดยช่วยติดต่อ บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จํากัด (CPAC) ให้จัดส่วนผสมคอนกรีตที่เทง่ายและไม่แตกร้าว เนื่องจากความร้อนในการเทคอนกรีตที่หนามาก ๆ หลายเมตร จํานวนถึง 8 พันกว่าคิวในครั้งเดียว ที่สําคัญทางโครงการยอมจ่ายราคาคอนกรีตพิเศษที่เพิ่มขึ้นนี้ ที่คิดรวมแล้วจะประหยัดเวลาส่งมอบอาคารให้กับผู้ซื้อได้เร็วขึ้นถึง 25 วัน  หลังจากที่ทีมงานเริ่มคิดก็มีข้อเสนอ VE ออกมาอีกเรื่อย ๆ ทําให้ลดราคาลงได้อีก รวมทั้งหมดเป็นเงิน 37.40 ล้านบาท มาจากการศึกษาทํา VE ในเรื่องต่างๆของงานฐานราก ดังต่อไปนี้  • ทดสอบเสาเข็มพบว่ารับน้ำหนักได้มากกว่าที่ประเมินไว้ นํามาใช้ประโยชน์  • ปรับรูปแบบการจัดวางเสาเข็ม  • ปรับรูปแบบแปลนฐานรากไม่ตอก Sheet pile  • การวางถนนรอบอาคารส่วนหนึ่งบนฐานราก  หมายเหตุ : ยังไม่ได้รวมเงินจากผลการประหยัดเวลา 25 วัน ทําให้ประหยัดค่าใช้จ่าย Overhead ของบริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จํากัด และบริษัท วิศวกรที่ปรึกษาต่อตระกูล ยมนาคและคณะ (TACE) ได้อีก ประมาณบริษัทละ 1 เดือน  แน่นอนที่สุดจะทําได้ตามที่เล่านี้ ทีมเวิร์กสําคัญที่สุด ต้องร่วมคิด ร่วมใจกันหมดทุกฝ่าย หมายถึงทั้ง 4 ฝ่าย คือ […]

Read More

Tips ของการก่อสร้าง ระบบ Loop Construction

นพ.เชิดศักดิ์ อัมพรสุขสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จํากัด 1.Teamwork  สิ่งสําคัญที่สุดและเป็นจุดเริ่มต้น แห่งความสําเร็จของการทํางานก่อสร้าง ระบบ Loop Construction คือ Teamwork ทุกฝ่ายเกี่ยวข้องต้องมีความรู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน ตั้งแต่เจ้าของโครงการ วิศวกรที่ปรึกษา ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมาหลัก และผู้รับเหมาย่อยทุกราย ในโครงการแม่น้ํา เรสซิเดนท์ คอนโดมิเนียม Teamwork เริ่มเกิดขึ้น ตั้งแต่การวางแผนงาน มีการประชุม วางแผนงานอย่างละเอียดรอบคอบ โดยอาศัยการทํา Lab Room เป็นเครื่องมือในการทดลองปฏิบัติงานจริง จนได้มาซึ่งแผนงานที่มีคุณภาพและใช้งานได้จริง เมื่อถึงขั้นตอนทํางานจริง ผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องกับงานในแต่ละ Loop จะมีความรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมงาน โดยการทํางานของตนให้แล้วเสร็จอย่างมีคุณภาพตามเวลาที่กําหนด วิศวกรที่ปรึกษาก็จะวางแผนการติดตามงานและตรวจสอบคุณภาพของงานได้อย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับงานที่ก้าวหน้าไปในแต่ละวัน เมื่อเกิดปัญหาใดๆ ก็ตามในการทํางาน ทุกฝ่ายจะร่วมมือกันในการวิเคราะห์หาสาเหตุและแนวทางในการแก้ปัญหา โดยไม่มีการแบ่งแยกว่าปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาของใคร จะเห็นได้ชัดเจนถึงความรู้สึกของการเป็น Teamwork ว่า เป็นรากฐานสําคัญแห่งความสําเร็จของการทํางานระบบ Loop Construction อย่างแท้จริง   2.ความสมบูรณ์ของแบบก่อสร้างก่อนเริ่มลงมือทํางานจริง  เนื่องจากงานในแต่ละ Loop​ ของการทํางานระบบ Loop Construction มีความสัมพันธ์กันในลักษณะที่เป็น Critical Path ดังนั้นหากมีการ แก้ไขแบบก่อสร้างเมื่อได้เริ่มลงมือทํางานไปแล้ว จะมีผลให้เกิดการสะดุดของ Loop นั้น ๆ และหากไม่สามารถแก้ไขให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลา ที่กําหนด ก็จะเกิดผลกระทบต่อการเริ่มต้นงานของ Loop ถัดไป ส่งผลให้เกิดปัญหาการควบคุมเวลา การจัดสรรทรัพยากรทั้งของ Loop ที่มีการแก้ไขแบบและ Loop ถัดๆไป เป็นต้น หากปัญหาการแก้ไขแบบมีเป็นจํานวนมาก จนมีผลกระทบเป็นวงกว้าง การทํางานระบบ Loop Construction ก็จะเป็นไปไม่ได้เลย 3. การรักษาเวลาเป็นเป้าหมาย สูงสุดในการทํางานระบบ Loop Construction  เมื่อมีการวางแผนและกําหนดวัน แล้วเสร็จของแต่ละ Loop แล้ว ผู้รับเหมาแต่ละรายจะต้องรับผิดชอบในการจัดสรรทรัพยากรให้สามารถปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จได้ตามกําหนด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อ Loop อื่นๆที่ตามมา การไม่เห็นความสําคัญต่อการรักษาเวลาของผู้รับเหมาเพียงรายใดรายหนึ่งก็เพียงพอที่จะทําให้เกิดความล้มเหลวต่อการทํางาน ระบบ Loop Construction ได้   4.คุณภาพเป็นยิ่งกว่าเป้าหมายสูงสุดในการทํางาน  โดยแท้จริงแล้ว ไม่ว่าจะบริหารงานก่อสร้างโดยระบบใดก็ตาม การควบคุมงานให้ได้มาตรฐานที่ดีก็เป็นสิ่งที่จําเป็นสําคัญที่สุดอยู่แล้ว แต่สําหรับการบริหารงานก่อสร้างโดยระบบ Loop Construction การปล่อยให้มีชิ้นงานที่ไม่มีคุณภาพ แทรกอยู่ในงานที่ได้คืบหน้าผ่าน Loop นั้นไปแล้ว จะสร้างปัญหาให้กับระบบการควบคุมงานทันที ตัวอย่างเช่น การต่อท่อน้ําดี ในผนังที่ไม่ได้คุณภาพและไม่มีการตรวจสอบเมื่อเกิดการรั่วซึมในภายหลัง ทําให้ต้องย้อนกลับมาทุบรื้อผนัง ก่ออิฐ ฉาบปูน ทาสีหรือปูกระเบื้องใหม่อีกครั้ง  5.ง่ายต่อการทําความเข้าใจ แต่ยากในการทําให้เกิดผลจริง  การทํางานในระบบ Loop Construction ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่หรือยากต่อการทําความเข้าใจ แต่ความสําเร็จในการนําไปใช้ให้เกิดขึ้นจริง กลับเป็นเรื่องยาก เนื่องจากโครงการก่อสร้างมักประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้องจํานวนมาก การจะทําให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีวินัยและยึดมั่นในการรักษา ระบบให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ขาดช่วงตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเข้าทํางานจนถึงวันที่งานแล้วเสร็จจึงเป็นเรื่องยาก หากต้องการให้เกิดความสําเร็จ ในการบริหารงานก่อสร้างด้วยระบบ Loop Construction แล้วนั้น ความมุ่งมั่นของผู้บริหารของทุกฝ่ายทุกบริษัทในการที่จะสนับสนุนให้ผู้ใต้บังคับ บัญชามีทรัพยากรที่เพียงพอต่อการแล้วเสร็จของงานในแต่ละ Loop ความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ของแต่ละบริษัท ตลอดจนคนงานทุกคนที่จะทํางาน ให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายรายวันอย่างมีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งจําเป็นอย่างยิ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  Source​ : https://www.tace.co.th/new/wp-content/uploads/2019/09/บทความ-Tips-ของการก่อสร้าง-ระบบ-Loop-Construction.pdf

Read More

“จ่อเอาผิดวิศวกร หลังนั่งร้านก่อสร้างถล่ม”ที่ภูเก็ต

ผมเห็นชอบด้วยที่วิศวกร จะต้องถูกพาดหัวข่าว แบบนี้เพราะเรื่องเช่นนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ หากแต่เป็นเรื่องความละเลยทางวิชาชีพวิศวกรรม และเป็นความรับผิดชอบของวิศวกรตาม กฏหมาย หลายมาตรา ตามข่าวมีคนงานดับ3เจ็บ8 ตำรวจเตรียมดำเนินคดีวิศวกรก่อสร้างอาคาร ของโครงการวีไอพี คอนโดมิเนียม ราไวย์ จังหวัดภูเก็ตหลังนั่งร้านก่อสร้างถล่ม จนมีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บ 8 ราย ข่าวเดลินิวส์ รายงานอังคารที่ 13 สิงหาคม 2562 อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/regional/725648 * เปิดสมองมองก่อสร้าง* จะนำเรื่องที่น่าสนใจในวงการการก่อสร้าง มาเสนอทุกเช้าวันจันทร์ ที่เฟสบุ๊ค ” ต่อตระกูล ยมนาค”

Read More

อาคารไม้ไผ่สูง 5 ชั้นสร้างขึ้นเพื่อรับนักท่องเที่ยวชมวิว ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ถูกปิดห้ามใช้

เป็นเรื่องโชคดีที่เรายังมีกฏหมายควบคุมอาคาร ใช้อยู่ และในกรณีนี้อบต.โป่งผา ได้รีบเข้าไปห้ามไม่ให้คนเข้าไปใช้ได้ทันการ เพราะถ้าปล่อยคนขึ้นเต็มทุกชั้นเมื่อไหร่ ก็จะพังแน่นอน รูปที่ผมส่งมาให้ เป็นรูปที่ 4 ท้ายสุดนั้นเป็นอาคารโรงเรียนไม้ไผ่ที่มีชื่อเสียงมาก ที่บาหลี (The Bamboo School) โดยมีวิศวกรโครงสร้างจากเยอรมันมาออกแบบโครงสร้างให้ เขายังทำแค่ 2 ชั้น เสาแบบบานๆ ที่ไทยเราเลียนแบบมาใช้ ที่ชั้นล่างสุดสำหรับรับน้ำหนัก 4 ชั้นนั้น ที่บาหลีใช้แค่รับหลังคาเบาๆเท่านั้น และไม้ไผ่ที่เขาใช้ก็เป็นพันธุ์ใหญ่พิเศษ ขนาดกระบอก5-6 นิ้ว ไม้ไผ่ของไทยเราทั่วไปขนาดเล็กกว่ามาก พันธุ์กระบอกใหญ่ๆมีอยู่บ้าง มีอยู่ไม่มากที่จังหวัดน่าน อย่างไรก็ตาม การที่ นายขวัญณรงค์ ขวาเมืองพาน มีความคิดริเริ่มที่จะนำไม้ไผ่มาเป็นวัสดุก่อสร้างนั้นเป็นเรื่องดี ผมขอสนับสนุน แต่ต้องให้มีวิศวกรโครงสร้างออกแบบให้แน่ใจว่ามีความมั่นคงแข็งแรงตาม กฏหมาย และหลักวิชาวิศวกรรมโครงสร้างที่ถูกต้องด้วย สมัยผมเรียนมีแต่วิชาออกแบบโครงสร้างคอนกรีต , วิชาออกแบบโครงสร้างเหล็ก , วิชาออกแบบโครงสร้างไม้ แต่ยังไม่มีวิชาวิชาออกแบบโครงสร้างไม้ไผ่ ครับ แต่ถ้ามีมหาวิทยาลัยไทยสนใจทำการทดลองค้นคว้าสักหน่อย ก็น่าจะออกแบบได้ ไม่ยาก ที่อินเดียเขาก็ทำตำราออกมาสำหรับออกแบบโครงสร้างไม้ไผ่แล้ว ชื่อว่า SCIENTIFIC DESIGN OF. BAMBOO STRUCTURES. โดย Dr. Suresh Bhalla. ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ Indian Institute of Technology *** “เปิดสมองมองก่อสร้าง” วันจันทร์ที่ 15 กค. 62 นี้ ขอนำเรื่องในด้านดีมีประโยชน์ของกฏหมายควบคุมการก่อสร้าง ที่ช่วยดูแลไม่ให้มีการก่อสร้างอาคารที่ไม่แข็งแรงปลอดภัย ต่อสาธารณะเกิดขึ้น

Read More