1 win casino1win aviatormosbetmosbet casinopin-upmostbet aviator login1 winmostbet1 win azpin up casino1winmosbetpin up bettingparimatchlacky jet4era betmostbet casinoparimatchpin up azerbaijanlucky jet casino1win slot4rabet mirror1 win casinoluckyjet1wınmosbetaviator4rabet bangladesh1 winpin up az1win onlinepin up indialucky jetmostbet azmostbetpin up kz1win1win casino1win saytimostbet aviatorlucky jetmostbetmostbet onlinepinup loginpin uppin up1win login4r betmosbet indiamostbet azaviator mostbet

โลก จะห้ามใช้ เลิกใช้ปูนซีเมนต์ แล้ว เพราะเป็นตัวการร้ายทำให้โลกร้อน จริงไหม?

โดย รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค


โลก จะห้ามใช้ เลิกใช้ปูนซีเมนต์ แล้ว เพราะเป็นตัวการร้ายทำให้โลกร้อนจริงไหม?

มีคำตอบ: ว่าเป็นจริงบางส่วนดังนี้

ข่าวที่ว่าปูนซีเมนต์เป็นตัวการปล่อยคาร์บอนอันดับต้นๆ นั้น **”เป็นความจริง”** แต่ข่าวที่ว่าจะถูก **”ห้ามใช้” นั้น “ไม่เป็นความจริง”**

รายละเอียด

ในช่วงที่กระแส **Net Zero** หรือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์กำลังมาแรง มีข่าวลือและข้อกังวลหนาหูว่า **”ปูนซีเมนต์”** ซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างหลักของโลก อาจจะถูกแบนหรือห้ามใช้ในอนาคตอันใกล้เนื่องจากเป็นตัวการทำลายสิ่งแวดล้อม

เรื่องนี้มีความจริงว่า
ปูนซีเมนต์ในฐานะวัสดุที่มนุษย์ใช้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากน้ำ เราลองมาเจาะลึกความจริงเชิงวิศวกรรมกันครับ

1. จริงบางส่วน: ปูนซีเมนต์ปล่อยคาร์บอนอันดับต้นๆ จริง!
ข้อนี้คือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ทั่วโลกปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO_2) สูงถึงประมาณ **7-8% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของโลก** อุตสาหกรรมซีเมนต์ รวมทั้งโลกแล้ว เป็นตัวการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO_2 มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากที่จีนและสหรัฐอเมริกา ทั้ง 2ประเทศปล่อยออกมากันทุกๆปี

กระบวนการปล่อยคาร์บอนหลักๆ เกิดขึ้นในขั้นตอนการผลิต ปูนเม็ด (Clinker)ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของปูนซีเมนต์:

1 • จาก ขบวนการทางเคมีจากการเผาหินปูน (Calcination):** เมื่อหินปูน (CaCO_3) ถูกเผาที่อุณหภูมิสูง จะแตกตัวเป็นปูนขาว (CaO) และปล่อยก๊าซ CO_2 ออกมาโดยตรง ซึ่งคิดเป็นถึง 50% ของการปล่อยคาร์บอนจากโรงงานผลิตปูนซีเมนต์

2. จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (เช่น ถ่านหิน) เพื่อเผาหินปูน ให้ได้อุณหภูมิสูงถึง 1,450 องศาเซลเซียส คิดเป็นอีกประมาณ 40% ของการปล่อยคาร์บอนจากโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ แต่ไม่จริงเลย เรื่องที่ “จะถูกห้ามใช้”

ถึงแม้ว่า แม้จะปล่อยคาร์บอนสูง แต่ **”การห้ามใช้ปูนซีเมนต์” จะไม่มีทางเกิดขึ้น** อย่างน้อยก็ในศตวรรษนี้ เพราะปัจจุบันเรายังไม่มีวัสดุใดในโลกที่มีคุณสมบัติทางวิศวกรรมครบถ้วน มีความทนทาน ราคาถูก และมีปริมาณมากพอที่จะมาทดแทนคอนกรีตได้ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของมนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็น ตึกสูง เขื่อน ท่อระบายน้ำ หรือสะพาน
ดังนั้น โจทย์ที่แท้จริงของโลกไม่ใช่การ “ห้ามใช้” แต่คือ **”ทำอย่างไรให้ปูนซีเมนต์ปล่อยคาร์บอนน้อยลง”** ทางออก มีและ กำลังทำอยู่

ปัจจุบันอุตสาหกรรมก่อสร้างและวิศวกรรมทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย เช่น บริษัทปูนซีเมนต์ไทย กำลังปรับตัวอย่างรวดเร็วภายใต้แผนโรดแมปมุ่งสู่คาร์บอนต่ำ โดยมีแนวทางหลักๆ ดังนี้ :
ผลิตปูนชนิดใหม่ ที่เรียกว่า *ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก (Hydraulic Cement) ด้วยการลดสัดส่วนของปูนเม็ด (Clinker) ลง แล้วทดแทนด้วยวัสดุอื่น เช่น หินปูนบดละเอียด หรือวัสดุพลอยได้จากอุตสาหกรรมอื่น (เช่น เถ้าลอยจากโรงไฟฟ้า หรือตะกรันเตาถลุงเหล็ก) ซึ่งช่วยลดคาร์บอนได้ทันที 10-20%

โดยที่กำลังอัดและความทนทานยังดีเยี่ยมเหมือนเดิม (ปัจจุบันประเทศไทยประกาศเปลี่ยนมาใช้ปูนไฮดรอลิกเป็นมาตรฐานหลักแทนปูนปอร์ตแลนด์ประเภท 1 แล้ว)
อีกวิธี คือการใช้ คอนกรีตรีไซเคิล และคอนกรีตทางเลือกคาร์บอนต่ำ ด้วยการนำเศษคอนกรีตเก่าจากการรื้อถอน กลับมาบดใช้ใหม่

และยังมีการพัฒนา ปูนซีเมนต์แบบใหม่ อื่นๆที่ไม่ใช้หินปูน**Geopolymer Cement**

รวมถึงเทคโนโลยี **CCUS (Carbon Capture, Utilization, and Storage)** ซึ่งก็คือ การดักจับคาร์บอนจากปล่องโรงงานปูน แบบเก่าแล้วนำกลับเอามาให้ฝังตัวอยู่ในเนื้อคอนกรีตเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง

**สรุปบทความ:**

> สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ปูนซีเมนต์สูตรดั้งเดิมที่ปล่อยคาร์บอนสูงจะค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วย **”ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก”** และ **”ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ”** ตามมาตรฐานวิศวกรรมยุคใหม่ เพื่อให้การพัฒนาเมืองและการปกป้องสิ่งแวดล้อมสามารถเดินหน้าไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน

*** ทุกเช้าวันจันทร์พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจในวงการก่อสร้างในคอลัมชุด
“เปิดสมองมองก่อสร้าง”
นำมาเสนอโดยอาจารย์ต่อ