โดย รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค

วิศวกร ที่รู้ว่าตึกที่ตนออกแบบไป นั้นมีความผิดพลาดกำลังจะพังลงมา เขาจะทำอย่างไร ?
มีเรื่องจริง ที่จะเล่าให้ฟัง เกิดขึ้นที่อเมริกา
…. เรื่องราวนี้เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์วิศวกรรมโครงสร้าง คือเรื่องของ วิลเลียม เลอเมสซูริเยร์ (William LeMessurier) วิศวกรโครงสร้างผู้ออกแบบตึก Citicorp Center (ปัจจุบันชื่อ Citigroup Center) ในนิวยอร์ก ช่วงปี 1977
นี่คือหนึ่งในตัวอย่างที่แสดงถึงความกล้าหาญทางจริยธรรม (Ethical Courage) เมื่อเขารู้เขายอมรับความผิดพลาดที่อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมร้ายแรง และรีบเข้ามาแก้ไขอย่างลับ ๆ จนอาคารปลอดภัย
มหากาพย์ความผิดพลาดของตึก Citicorp Center ตึก Citicorp Center เป็นตึกระฟ้าสูง 59 ชั้นที่มีดีไซน์แปลกตาและท้าทายวิศวกรรมมาก เนื่องจากเสาของตึกระฟ้าตึกนี้ รับด้วยเสายักษ์ 4 ต้นเท่านั้น และเสาทั้ง 4 ต้นนี้ ยังไม่ได้วางไว้อยู่ตรงมุมตึก เหมือนอาคารอื่นๆแต่กลับไปวางอยู่กึ่งกลางของแต่ละด้าน ทำให้ดูประหลาดแปลกตา โดยสถาปนิกให้เหตุผลว่า ทำเพื่อหลบโบสถ์เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ตรงมุมพื้นที่
1. จุดเริ่มต้นของข้อผิดพลาด
เลอเมสซูริเยร์ (LeMessurier) ได้ออกแบบระบบคานรับแรงเป็นรูปตัว V (Chevron Bracing) เพื่อรองรับแรงลม อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการก่อสร้าง มีการเปลี่ยนวิธีเชื่อมต่อข้อต่อเหล็กจาก “การเชื่อม (Welding)” เป็น “การใช้น้อต (Bolting)”เพื่อประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย ซึ่งเลอเมสซูริเยร์ได้เซ็นอนุมัติไปโดยไม่ได้กลับไปคำนวณซ้ำอย่างถี่ถ้วน
2. การค้นพบความจริง
ในปี 1978 (หนึ่งปีหลังจากตึกสร้างเสร็จ) มีนักศึกษาหญิงคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์คนหนึ่งโทรมาถามเลอเมสซูริเยร์เกี่ยวกับโครงสร้างตึก ว่าได้ออกแบบรับแรงลม ที่จะเข้ามาทางมุมตึกหรือเปล่า? เธอกำลังทำรายงานเรื่องระบบโครงสร้างตึกนี้ ส่งอาจารย์แล้วพบปัญหา !
คำถามนี้ ทำให้เขาฉุกใจและกลับไปคำนวณใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้เขาคำนวณแรงลมที่จะเข้ากระทำ “ในแนวเฉียง (Quartering Winds)”(มุม 45 องศาเข้าหาแรงค้ำยัน) ไม่ใช่แค่ลมที่พัดเข้าด้านหน้าตรง ๆ
ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่ากลัวมาก:
* แรงเค้นที่เกิดขึ้นกับข้อต่อที่ใช้สลักเกลียวเพิ่มขึ้นถึง **40%**
* หากเกิดพายุใหญ่ระดับ “พายุในรอบ 16 ปี” (16-year storm) ข้อต่อจะรับน้ำหนักไม่ไหว และตึกอาจจะล้มพับพังทลายลงมาทับตึก อื่นๆ ใจกลางเมืองแมนแฮตตัน พังทับต่อๆกันไป แบบโดมิโน ล้มได้
3. การยอมรับและเผชิญหน้ากับความจริง
ในฐานะวิศวกรที่มีชื่อเสียง การยอมรับเรื่องนี้หมายถึงการเสี่ยงต่อการเสียชื่อเสียง เงินทอง และอาจถูกฟ้องร้องจนหมดเนื้อหมดตัว แต่เลอเมสซูริเยร์เลือกที่จะ **ไม่ปกปิด** เขารีบนำข้อมูลนี้ไปแจ้งแก่ประธานบริหารของธนาคาร Citicorp (เจ้าของตึก) ทันที รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานจัดการภัยพิบัติและกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างลับ ๆ เพื่อเฝ้าระวังพายุฮอร์ริเคน
แผนการซ่อมแซมอย่างลับ ๆ (The Secret Repair)
เพื่อไม่ให้สาธารณชนตื่นตระหนก (เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีวิกฤตเกิดขึ้นจริง แต่มีความเสี่ยงสูง) ทีมงานได้ดำเนินการซ่อมแซมตึกในเวลากลางคืนทุกๆคืนอย่างเงียบ ๆ โดย ช่างเชื่อมต้องเข้าไปเชื่อมแผ่นเหล็กหนาครอบทับข้อต่อสลักเกลียวทั้งหมดกว่า 200 จุด เพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างรูปตัว V
* **การทำหน้าที่จนวินาทีสุดท้าย:** ในช่วงที่กำลังซ่อมแซม มีพายุฮอร์ริเคน “เอลลา” (Hurricane Ella) กำลังมุ่งหน้ามายังนิวยอร์ก เลอเมสซูริเยร์และทีมงานได้เตรียมแผนอพยพคนในพื้นที่โดยรอบไว้พร้อม หากพายุเปลี่ยนทิศมาถล่มเมืองตรง ๆ (โชคดีที่พายุหักมุมเปลี่ยนทิศออกทะเลไปก่อน)
การซ่อมแซมเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ในเวลาไม่กี่เดือน ทำให้ตึกมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะรับพายุที่รุนแรงที่สุดได้ และเรื่องราวนี้ถูกปิดเป็นความลับจนกระทั่งหนังสือพิมพ์ *The New Yorker* นำมาเปิดเผยในปี 1995
## ทำไมเรื่องนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญ?
แทนที่จะกลายเป็นโศกนาฏกรรม เรื่องนี้กลับกลายเป็น **”กรณีศึกษาด้านจริยธรรมวิศวกรรม”** ที่ถูกหยิบยกมาสอนในมหาวิทยาลัยทั่วโลก เพราะเลอเมสซูริเยร์ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า:
1. **ความปลอดภัยของสาธารณะต้องมาก่อน (Safety First):** ศักดิ์ศรี เงินทอง หรือชื่อเสียงของวิศวกรไม่มีค่าเทียบเท่ากับชีวิตคน
2. **ความรับผิดชอบเมื่อผิดพลาด:** มนุษย์ทุกคนทำผิดพลาดได้ แต่วิศวกรที่ดีต้องมีสติ ยอมรับ และรีบแก้ไขก่อนที่ความผิดพลาดนั้นจะกลายเป็นภัยพิบัติ
*** พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจในวงการก่อสร้างในชุดความรู้ชื่อ
“เปิดสมองมองก่อสร้าง”
ค้นหาและคัดเลือกนำมาเสนอเป็นประจำโดยอาจารย์ต่อ


