1 win casino1win aviatormosbetmosbet casinopin-upmostbet aviator login1 winmostbet1 win azpin up casino1winmosbetpin up bettingparimatchlacky jet4era betmostbet casinoparimatchpin up azerbaijanlucky jet casino1win slot4rabet mirror1 win casinoluckyjet1wınmosbetaviator4rabet bangladesh1 winpin up az1win onlinepin up indialucky jetmostbet azmostbetpin up kz1win1win casino1win saytimostbet aviatorlucky jetmostbetmostbet onlinepinup loginpin uppin up1win login4r betmosbet indiamostbet azaviator mostbet

2 อาคารสูงใหม่ ในอเมริกา ทรุด1 และแกว่งอีก 1

โดย รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค

Millennium Tower , Sanfrancisco ทรุดและเอียง

2 อาคารสูงใหม่ ในอเมริกา ทรุด1 และแกว่งอีก 1 เป็นบทเรียนราคาแพงจากปัญหาการออกแบบ ฐานรากและโครงสร้าง

ในแวดวงวิศวกรรมโยธาและงานก่อสร้างระดับโลก กรณีศึกษาของอาคารระฟ้าในสหรัฐอเมริกา 2 แห่งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่วิศวกรทั่วโลกต่างให้ความสนใจ เนื่องจากเผชิญกับวิกฤตโครงสร้างที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านฐานรากและการรับแรงลม

1. Millennium Tower (ซานฟรานซิสโก): วิกฤตอาคารทรุดและเอียง เป็นข่าวโด่งดังจากปัญหาการ “ทรุด” และ “เอียง” ที่รุนแรง

สาเหตุหลักมาจากด้านวิศวกรรมฐานราก
มาจากการเลือกประเภทฐานรากที่ไม่เหมาะสมกับสภาพดิน โดยปกติอาคารสูงในบริเวณนั้นจะต้องใช้เสาเข็มเจาะลึกลงไปจนถึง ชั้นหิน(Bedrock) ที่ความลึกประมาณ 200 ฟุต (60 เมตร)

แต่ วิศวกรเลือกใช้ เสาเข็มแรงเสียดทาน (Friction Piles) ที่มีความยาวเพียง 60-90 ฟุต ( ลึกน้อยกว่า 30 เมตร) โดยหยุดอยู่แค่ในชั้นทรายและดินเหนียว (Old Bay Clay) ด้วยข้อดีที่ลดเวลาก่อสร้างส่วนใต้ดินลงได้มาก และยังได้ประหยัดค่าเสาเข็มลงอีกด้วย

แต่น้ำหนักมหาศาลของอาคาร ที่เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่กดทับลงบนชั้นดินเหนียว แม้จะรับน้ำหนักได้ตามการคำนวณ แต่ทำให้เกิดการทรุดตัวเกินกว่าการคาดการจากสมการที่ใช้คำนวณ !

โดยปัจจุบันอาคารจมลงไปแล้วกว่า 50 ซม. (20 นิ้ว) และยังเกิดการทรุดตัวไม่เท่ากัน (Differential Settlement) ทำให้อาคารเอียงออกจากแนวศูนย์กลางไปทางทิศเหนือและตะวันตกถึง 74 ซม. (29 นิ้ว) ปัจจุบันได้มีการแก้ไข โดย(Underpinning):

ขณะนี้มีการดำเนินโครงการแก้ไขมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ โดยการติดตั้งเสาเข็มเหล็กเสริมคอนกรีตใหม่จำนวน 52 ต้น เพื่อค้ำยันอาคารลงไปให้ถึงชั้นหินดาน และพยายามหยุดการทรุดตัวเพื่อปรับสมดุลให้ตึกกลับมาตั้งตรงอีกครั้ง

2. อาคาร 432 Park Avenue (นิวยอร์ก): ปัญหาของตึกผอมบาง กับแรงลม
นี่คืออาคารที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด ตึกนี้มีความสูงชะลูด (Slender Tower) จนได้รับฉายาว่า “ตึกดินสอ”

ปัญหาของการใช้งาน: แม้ตึกจะไม่ทรุดตัวเหมือนอาคาร Millennium #ที่ซานฟรานซิสโก แต่การออกแบบที่เน้นความสูงและความบางกลับสร้างปัญหาในด้าน **การแกว่งตัว (Swaying)** และการทำงานของระบบอาคาร ต่างๆ ในสภาวะอาคารแกว่งมาก

ปัญหาจากแรงแกว่งจากลม:
เมื่อเกิดลมแรงที่ระดับความสูงมากๆ ตึกจะแกว่งตัวจนทำให้เกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดภายในห้องพัก และส่งผลกระทบต่อระบบลิฟต์ที่มักจะขัดข้องบ่อยครั้ง

ปัญหาระบบสุขาภิบาล:
เนื่องจากตึกมีความสูงมาก แรงดันในท่อประปาจึงสูงตาม ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำรั่วและน้ำท่วมซ้ำซากในห้องพักสุดหรู

ความเสียหายสะสม:
ข้อมูลในช่วงปี 2025-2026 เริ่มพบรอยร้าวบริเวณผนังรอบอาคาร (Facade) ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยต่อผู้ที่สัญจรไปมาด้านล่าง

•บทสรุปสำหรับงานวิศวกรรม

กรณีของ **Millennium Tower** เป็นบทเรียนให้วิศวกรทั่วโลก รับรู้ว่าการสำรวจชั้นดินและการเลือกปลายเสาเข็ม (Point Bearing) เป็นหัวใจสำคัญของอาคารขนาดใหญ่ ( ประเทศไทย รับรู้เรื่องและเจอปัญหา นี้ มากว่า40 ปีแล้ว )

ส่วน อาคาร 432 Park Avenue สะท้อนให้เห็นว่าการออกแบบที่เน้นความงามทางสถาปัตยกรรมและความสูงแบบสุดโต่ง จำเป็นต้องมาพร้อมกับระบบจัดการแรงลมและงานระบบภายในที่ซับซ้อนและมีประสิทธิภาพสูงเพียงพอ เพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระในการซ่อมบำรุงในอนาคต

*** ทุกเช้าวันเสาร์พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจในวงการก่อสร้างในชุด
“เปิดสมองมองก่อสร้าง”
นำเสนอโดยอาจารย์ต่อ

Millennium Tower , Sanfrancisco ทรุดและเอียง มากเกินที่ออกแบบไว้ ต้องแก้ไขโดยต้องเสริมเข็มใหม่ให้ลึกถึงชั้นหิน

super-slender NYC towers, 432 Park Avenue, New York ไม่พัง แต่ผอมและบาง จนแกว่งมาก จนคนอยู่ไม่ไหว