เปิดสมองมองก่อสร้าง

โดย ต่อตระกูล ยมนาค

อาคาร เมอร์เดกา 118 ( Merdeka 118 )ของมาเลเซีย ผุดขึ้นมาเป็น อาคารสูงลำดับ 2 ของโลก และเป็นลำดับที่ 1 ของเอเชียแทนจีนไปแล้วด้วยเสาที่สูงต่อยอดไปอีก 160 เมตร

     เมื่อสร้างอาคาร เมอร์เดกา 118 เสร็จสมบูรณ์ไปเมื่อเดือนเมษายน 2022 ด้วยความสูง 678.9 เมตร
     ความสูงนี้นับรวม ส่วนยอดประกอบเป็นส่วนหนึ่งอาคารที่เรียกว่า Spire อีก 160 เมตร ที่ต่อสูงขึ้นไปจากชั้นหลังคาที่ระดับ 518.9 เมตร
     องค์กรกลาง ที่เป็นผู้กำหนด กฏเกณฑ์ ในการจัดอันดับอาคารสูงของโลก ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ชื่อ Council on Tall Buildings and Urban Habitat (CTBUH) ตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1969 และจะเป็นผู้จัดอันดับอาคารสูง”The World’s Tallest Building” มาตั้งแต่นั้น
     กติกา ขององค์กร CTBUH นี้ ที่มีผู้ไม่เห็นด้วยกันมาก ก็คือการนับความสูงของ แท่งเสาสูง ( Spire) ที่สถาปนิกได้ออกแบบให้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของอาคารทั้งหมดด้วย ให้นับรวมเป็นความสูงของอาคารได้ด้วย
     ด้วยกติกานี้ อาคาร เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ ผู้ครองตำแหน่งที่2 ของโลกเดิมจึงถูก เสาสูงส่วนนี้ของอาคาร เมอร์เดกา 118 จึงแซงความสูงอันดับ 2 ของโลกไปได้อย่างค้านสายตาคนทั่วไป
     สถาปนิกผู้ออกแบบ Fender Katsalidis สถาปนิกชาวออสเตรเลียร่วมกับสถาปนิกมาเลเซีย RSP KL ได้อธิบายความสำคัญของส่วนที่เป็นแท่งสูงขึ้นไปนี้ แทนนิ้วของของ นายตวนกู อับดุลรามาล นายกรัฐมนตรีที่ชี้ขึ้นท้องฟ้า ในวันประกาศเอกราช ที่เรียกในภาษามาเลเซียว่า Merdeka
อ่านกติกา การจัดลำดับอาคารสูงขององค์กร CTBUH ได้ที่:
ส่วนที่เป็นแท่งสูงขึ้นไปมากถึง 160 เมตรนี้ สถาปนิกอธิบายว่า ได้ออกแบบให้แสดงแทนนิ้วของของ นายตวนกู อับดุลรามาล นายกรัฐมนตรีที่ชี้ขึ้นท้องฟ้า ในวันประกาศเอกราช Merdeka ของมาเลเซีย
รูปของ อาคารที่สูงที่สุดใน ปี 2023 มีอาคาร Merdeka 118 ขึ้นมาแซง Shanghai Tower ไปด้วยความสูงของ แท่ง Spire เท่านั้น !
ตัวอย่างหอเสาสูง ที่เรียกว่า Spireของมหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม” แห่งกรุงปารีส ที่สถาปนิกได้ออกแบบให้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของอาคารทั้งหมด จึงต้องนำมานับรวมเป็นความสูงของอาคารด้วย
ตัวอย่างหอเสาสูง ที่เรียกว่า Spireของมหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม” แห่งกรุงปารีส ที่สถาปนิกได้ออกแบบให้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของอาคารทั้งหมด จึงต้องนำมานับรวมเป็นความสูงของอาคารด้วย