รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค Tace 25 ปี ควบคุมงานคุณภาพบนเส้นทางวิศวกรที่ปรึกษามืออาชีพ

ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา มีบุคคลผู้หนึ่งที่เดินบุกเบิกมาบนเส้นทางของการ ประกอบวิชาชีพวิศวกรที่ปรึกษา ผู้แน่วแน่ในการทํางานอย่างมีคุณธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ วิศวกรอย่างมั่นคง วิศวกรท่านนี้ คือ รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ผู้ก่อตั้งบริษัท วิศวกรที่ปรึกษาต่อตระกูล ยมนาคและคณะ จํากัด หรือ TACE Ltd. (Tortrakul and Associates Consulting Engineer) นั้นเป็นต้นแบบของวิศวกรไทยที่ได้รับการยอมรับและ ยึดถือเป็นวิศวกรในดวงใจ หรือ The Idol ที่มากด้วยความสามารถและประสบการณ์ ซึ่งสิ่งสําคัญ ที่สุดคงไม่พ้นเรื่องการประกอบวิชาชีพด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ 

“ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้ทํางานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตมาโดยตลอด เป็นแบบอย่างของ วิศวกรในการประกอบวิชาชีพด้วยความมีจรรยาบรรณ ยึดมั่นในความตรงไปตรงมา และทํางาน อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ยุติธรรม แม้ว่าการทํางานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต อาจไม่ได้รับ ผลตอบแทนเป็นเงินสูงสุด แต่ก็มีความภูมิใจในความเป็นวิศวกรได้เต็มภาคภูมิ

ต้องยอมรับว่าภาพพจน์ของวิศวกรที่ปรึกษานั้น อาจถูกมองว่าเต็มไปด้วยอํานาจที่ ห้อมล้อมด้วยผลประโยชน์นานาชนิด ดังนั้น การประกอบวิชาชีพวิศวกรที่ปรึกษาด้วยความ ยึดมั่นในจรรยาบรรณ ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง ซึ่งวันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าเราสามารถดําเนิน งานต่าง ๆ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และยังสามารถดํารงชีพ

นี่คือคํากล่าวของ รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ที่สะท้อนถึงความมีจรรยาบรรณ ในการประกอบวิชาชีพอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมกับบทพิสูจน์ของ TACE ที่มุ่งพัฒนาการบริหารงาน ก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง การันตีด้วยผลงานคุณภาพจากประสบการณ์ในการบริหารงานก่อสร้าง อย่างมืออาชีพหลายต่อหลายโครงการ ทั้งอาคารสํานักงาน อาคารชุดพักอาศัยหรือ คอนโดมิเนียม โรงแรมและรีสอร์ท สถาบันการศึกษา อาคารศูนย์การค้า และสวนสนุก ตลอดจน โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งล้วนแต่เป็นผลงานการควบคุมงานก่อสร้างที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

เป็นอาจารย์สอนวิชาการบริหารงานก่อสร้าง 9 ปี ก่อนออกมารับงานเอง

รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ยมนาค เริ่มทํางานครั้งแรกกับบทบาทของการเป็นอาจารย์ประจําภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งคณบดีใน ขณะนั้น คือ ดร.ชัย มุกตพันธ์ ที่มี นโยบายที่ต้องการ ให้คณะวิศวฯ เปิดสอนวิชาการบริหารงานก่อสร้าง หรือ Construction Management (CM) รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล จึงได้เข้าเป็นอาจารย์ประจํา สอนวิชาการบริหารงานก่อสร้าง ขณะนั้นเป็นวิชาที่นิสิตส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสําคัญมากนัก เพราะ คิดว่าเป็นวิชาที่สามารถอ่านจากตําราได้เอง ต่างจากวิชาอื่น ๆ ยากที่จะทําความเข้าใจ ต้องมีการคํานวณ และวิเคราะห์ แม้ว่าวิชาการบริหารงานก่อสร้างนั้น จะมีความท้าทายมากกว่า เพราะต้องออกไปเผชิญ กับปัญหาใหม่ ๆ ตลอดเวลาที่งานก่อสร้างจริง ซึ่งไม่มีสูตรสําเร็จในการบริหารหรือจัดการแก้ไข แตกต่างกระทั่งการออกแบบและคํานวณโครงสร้างต่างๆ บนกระดาษ หรือทํางานกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เท่านั้น แต่ผมก็เข้าใจได้กับความรู้สึกเช่นนั้น เพราะในช่วงเวลานั้นวิศวกรออกแบบโครงสร้างเป็นวิชาชีพ ที่มีรายได้ค่อนข้างสูง จึงเป็นเหตุผลที่นิสิตวิศวฯ ส่วนใหญ่มุ่งจะเป็นวิศวกรออกแบบมากกว่าที่จะเป็น วิศวกรบริหารงานก่อสร้าง

“ผมทํางานเป็นอาจารย์สอนวิชาการบริหาร งานก่อสร้างอยู่ 9 ปี วันแรกที่สอน มีนิสิตหญิง คนหนึ่งถามว่าอาจารย์สอนวิชาการวางแผนงาน ก่อสร้างด้วยวิธี CPM (Critical Path Method) ขณะนั้นเป็นเรื่องใหม่พอสมควร อาจารย์เคยทดลองใช้วิธีนี้กับโครงการก่อสร้างต่างๆ ในการบริหารงานจริงหรือไม่ คําถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทําให้ผมออกไปทํางานทุกวันเสาร์ในบริษัทก่อสร้างจริง นําการบริหารงานก่อสร้างด้วยวิธี CPM มาประยุกต์ใช้ใน โครงการก่อสร้างที่รับผิดชอบอยู่อย่างจริงจัง และ ปรากฏว่าประสบผลสําเร็จ มีหลาย ๆ โครงการติดต่อมาให้เข้าไปรับงานบริหารงานโครงการก่อสร้างทําให้ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการเป็นอาจารย์ที่ดีที่ไม่ใช้เวลาราชการกับงานนอกมาก กับการออก มาทํางาน ของตนเองอย่างเต็มที่เลย”

งานแรกของ TACE ซ่อมแซมโบสถ์กาลหว่าร์

เมื่อตัดสินใจก้าวออกมาเป็นวิศวกรที่ปรึกษาบริหารจัดการงานก่อสร้างโครงการต่าง ๆ รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ได้เริ่มต้นเพียงสํานักงานเล็ก ๆ ในซอยกลาง บริเวณชั้นล่างของโรงแบดมินตันแรคเก็ตคลับ (Racket Club) กับพนักงาน 3 คน เบื้องต้นยังไม่ได้จดทะเบียนบริษัท จึงดําเนิน การในรูปแบบของคณะบุคคลก่อนที่จะมาจดทะเบียนเปลี่ยนเป็น บริษัท วิศวกรที่ปรึกษา ต่อตระกูล ยมนาคและคณะ จํากัด ในเวลาต่อมา

“งานแรกๆ นั้นได้มาจากเพื่อนๆ รุ่นพี่ หรือ คนรู้จักกัน เนื่องจากยังไม่มีผลงานการควบคุมงาน ก่อสร้างที่สามารถอ้างอิงได้อย่างเป็นรูปธรรม ยังจําได้ดีว่าผลงานแรกที่ได้งานเป็นงานแรก ก็คือการควบคุมงานการบูรณะซ่อมแซมโบสถ์กาลหว่าร์ เป็นโบสถ์คริสต์แห่งแรกๆ ในประเทศไทย ตั้งอยู่ริม แม่น้ําเจ้าพระยา ซึ่งได้ดําเนินการซ่อมแซมโดย รักษากระเบื้องหลังคาเก่าทั้งหมดที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปีจากประเทศฝรั่งเศสไว้ แล้วซ่อมแซมเฉพาะ ส่วนที่จําเป็น เป็นการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ดี เพราะกระเบื้องเก่าแก่นั้นเป็นกระเบื้องที่มีคุณค่า มีประวัติศาสตร์ อีกทั้งโบสถ์ดังกล่าวก็มีการออกแบบที่ดีมาก”  

ย้ายสํานักงานบริษัทช่วงเศรษฐกิจบูม

รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ได้เล่าต่อไปว่า หลังจากนั้นไม่นานเศรษฐกิจของประเทศไทยก็ก้าวสู่ยุคฟองสบู่ บริษัทออกแบบและรับเหมา ก่อสร้างทุกบริษัทในขณะนั้นมีงานเข้ามามากมาย เพราะธุรกิจการก่อสร้างมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นหลายเท่า ตลาดมีความต้องการซื้อสูง และมีการเก็งกําไร โดยเฉพาะสินค้า ประเภทคอนโดมิเนียม แรงงานในภาคการก่อสร้าง ขาดแคลน ผู้ประกอบการและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ หันมาใช้บริการวิศวกรที่ปรึกษา วิศวกรผู้ออกแบบและควบคุมงานมากขึ้น 

“ช่วงเศรษฐกิจบูม บริษัท วิศวกรที่ปรึกษาควบคุมงานขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมาก ผมต้องเปิดอบรมหลักสูตร “การบริหารงานก่อสร้าง” ให้แก่พนักงานใหม่ในบริษัทเองหลังเลิกงานขณะนั้น บริษัทก็มีพนักงานมากถึง 100 คน ที่ภูมิใจคือ มีบุคคลภายนอกซึ่งเป็นเจ้าของอาคาร เจ้าของโครงการมาขอเข้าร่วมฟังการอบรมด้วย ในขณะนั้น เรื่องการบริหารงานก่อสร้างเป็นเรื่องใหม่ องค์ความรู้และบุคลากรยังไม่เพียงพอ ในช่วงเวลานี้เองก็ได้ย้าย สํานักงานมาที่ซอยต่อศักดิ์ ย่านสุขุมวิท 49 ก่อนที่จะย้ายอีกครั้งในปี 2541 มาตั้งที่อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา เป็นอาคารที่ผมระดมทุนจาก เพื่อนๆ มาลงทุนสร้างคอนโดมิเนียมออกขายขึ้นเอง และใช้ชั้นล่างเป็นสํานักงานจนถึงทุกวันนี้”

ผลงานการบริหารงานก่อสร้างโดยบริษัท วิศวกรที่ปรึกษาต่อตระกูล ยมนาคและคณะ จํากัด หรือ TACE ในยุคแรกๆ ยังมีอีกหลายโครงการ อาทิ อาคาร Tower Park คอนโดมิเนียมที่ซอยนานาใต้ ที่มีพื้นที่ห้องแต่ละชุดถึง 200 ตารางเมตร และยังได้ ออกแบบและควบคุมงาน คอนโดมิเนียมสูง 40 ชั้น ที่ชะอํา จ.เพชรบุรี ของกลุ่มกฤษดานครด้วย

ที่ปรึกษาบริหารโครงการ ศูนย์กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ผลงานแห่งความภูมิใจ

จากผลงานและประสบการณ์ที่ผ่านมา ทําให้ TACE เป็นที่ยอมรับในคุณภาพของการ ควบคุมงานก่อสร้างอย่างแพร่หลาย จนทําให้ได้รับ คัดเลือกจากกระทรวงการคลังให้เป็นบริษัทที่ปรึกษา บริหาร โครงการก่อสร้างศูนย์กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นับเป็นผลงานแห่งความภาคภูมิใจของ TACE นอกเหนือจากประสบการณ์และผลงาน คุณภาพแล้ว การที่ TACE ได้รับการคัดเลือกให้เป็น บริษัทที่ปรึกษาบริหารโครงการดังกล่าว ก็คือความมุ่งมั่นที่จะทําประโยชน์เพื่อประเทศชาติ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ได้กล่าวว่า

“ในฐานะวิศวกรนั้น เราไม่มีโอกาสที่จะไปช่วยชาติใน การป้องกันประเทศ ไม่เหมือนทหารหาญที่เป็นรั้วของชาติ วิศวกรไม่ค่อยมีโอกาสที่จะแสดงออกว่า สามารถทําอะไรเพื่อประเทศชาติได้ เราได้อาสา เข้าไปเป็นเพียง 1 ใน 2 บริษัท ที่จะได้รับคัดเลือก ให้บริหารงานโครงการสําคัญของประเทศในครั้งนั้น บริษัทที่ปรึกษาใหญ่ๆ ในขณะนั้นมีมาก แต่เขาไม่อยากจะเสี่ยงกับงานราชการในขณะที่งานภาคเอกชนมีให้ทําจนทําไม่ทันในช่วงนั้นอยู่แล้ว (พ.ศ.2537-2539) เท่ากับเป็นโอกาสที่จะได้ทําเพื่อประเทศ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่วิศวกรจะได้ระดมกําลัง กันใช้วิชาชีพเพื่อประเทศชาติ บริหารงานก่อสร้าง โครงการศูนย์กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ให้แล้ว เสร็จทันกําหนดการเปิดงาน ซึ่งงานนี้ถือเป็นการ พิสูจน์ความเป็นมืออาชีพของวิศวกรไทย”

2 ปีเศษกับการบริหารงานโครงการ ร่วมกับ Lead Firm อีก 3 แห่ง

นับจากวันที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นที่ปรึกษาบริหารโครงการ TACE มีระยะเวลาในการดําเนิน โครงการให้แล้วเสร็จเพียง 2 ปีเศษเท่านั้น โดย TACE รับหน้าที่บริหารงานโครงการ ร่วมกับ Lead Firm อีก 3 แห่ง คือ บริษัท ดร.รชฏ กาญจนะวณิชย์ และคณะ, บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จํากัด และ บริษัท ที่ปรึกษาคีน จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทของเพื่อน   สถาปนิกสมัยเรียนที่จุฬาฯ ด้วยกัน  รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล เล่าว่า “การดําเนินงานโครงการดังกล่าวต้องเปิดประมูล อย่างโปร่งใสทุกขั้นตอน เพราะต้องการให้เป็น โครงการที่สามารถตรวจสอบได้ โดยขณะนั้นก็ได้ เร่งเปิดประมูลแบบก่อสร้าง ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง และจัดซื้อจัดจ้างส่วนอื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงวัสดุก่อสร้าง และเฟอร์นิเจอร์ ต่างๆ ภายใต้งบประมาณในการ ดําเนินงานทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท โดยรายละเอียดของงานก่อสร้าง ประกอบด้วย Main Stadium ที่สามารถรองรับ ความจุได้ 20,000 ที่นั่ง สระว่ายน้ําในร่ม ขนาด มาตรฐานโอลิมปิก เกมส์ จํานวน 2 สระ หอพัก นักกีฬา จํานวน 24 หลัง เพื่อรองรับผู้เข้าพักอาศัย ได้ 10,000 คน พร้อมด้วย สนามโรงยิม อีก 4-5 แห่ง บนพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนมา ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า สนามกีฬาหลักศูนย์ บริการ การกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต”

ชี้บริหารจัดการโครงการแบบ Turn Key มีทั้งข้อดีและข้อเสีย 

รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล กล่าวต่อไปว่า ได้เลือกใช้วิธีบริหารงานก่อสร้างหลายรูป แบบกับงานโครงการนี้ มีทั้งการออกแบบและประมูล ก่อสร้างตามปกติและใช้วิธีแบบ Turn key ด้วย กับ การออกแบบก่อสร้างสนามกีฬาหลัก 20,000 ที่นั่ง เพราะเป็นอาคารที่ต้องใช้เวลามากที่สุดจะแยก ออกแบบก็ไม่ทันเวลา ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะหากเลือก Turn Key ที่ไม่ดี ก็อาจจะได้ศูนย์กีฬาที่มี ราคาถูก แต่ไม่มีคุณภาพตามสเปกของการออกแบบ Main Stadium ที่ได้กําหนดไว้ รูปแบบของ Main Stadium ต้องสะท้อนถึงความมีเทคโนโลยีและ อนาคตของประเทศไทยในศตวรรษใหม่ โดยทําการประกาศการประกวดแบบออกไปยังสถานทูตต่างๆ ก็ปรากฏว่ามีแบบสนามกีฬาแห่งใหม่จาก 5 ประเทศ เข้าร่วมส่งผลงานออกแบบเข้ามา ผู้ชนะประกวด แบบก่อสร้าง คือ บริษัท คริสเตียนี แอนด์ นีลเส็น (ไทย) จํากัด (มหาชน) ที่สามารถออกแบบได้ สวยงาม ภายใต้งบประมาณที่กําหนดไว้ ทั้งยังได้ผู้ ออกแบบเป็นบริษัทสถาปนิกแห่งเดียวกันกับที่ได้ ออกแบบสนามกีฬาโอลิมปิก เกมส์ ซิดนีย์ ประเทศ ออสเตรเลีย และวิศวกรโครงสร้างจาก Oval Arup ซึ่งเป็นบริษัทเบอร์ 1 ทางด้านโครงสร้างจากสหรัฐ อเมริการ่วมทีมกัน
ความโดดเด่นของแบบที่ชนะการประกวด ไม่ใช่เพียงแค่สวยงามและมีราคาที่เหมาะสมเท่านั้น หากแต่โครงสร้างของ Main Stadium ยังเป็นโครงสร้างที่ได้รับการออกแบบให้ใช้เหล็กได้ประหยัดมาก โครงสร้างหลังคาเป็นโครงสร้างเหล็กรับแรงดึง ซึ่งทุกชิ้นส่วนของเหล็กจะต้องรับแรงดึงเต็มที่ ทําให้ โครงสร้างของ Main Stadium มีความแตกต่าง จากสนามกีฬาแห่งอื่น ๆ ที่สร้างมาในประเทศไทย ทั้งหมดที่ใช้หลังคาคอนกรีตยื่น เลียนแบบหลังคา สนามกีฬาศุภชลาศัยทั้งหมด 

บริหารจัดการโครงการอย่างโปร่งใส ทุกขั้นตอนตรวจสอบได้ 


การบริหารจัดการโครงการอย่างโปร่งใส ทุกขั้นตอนทําให้ได้งานที่มีคุณภาพ และเปิดโอกาส ให้ผู้ประกอบการธุรกิจการออกแบบและก่อสร้าง รวมถึงธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าร่วมการ ประกวดราคาได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็น บริษัทที่มีชื่อเสียงหรือไม่ก็ตาม เนื่องจากการตัดสิน ประกวดราคานั้นพิจารณาอย่างยุติธรรม ไม่มีระบบ เส้นสายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย ดังนั้น ในโครงการ ศูนย์กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 จึงมีหลายๆ บริษัท ที่มีฝีมือได้แจ้งเกิด คว้างานจากการชนะการคัดเลือก ได้เข้าไปดําเนินงาน เช่น บริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จํากัด (COT) ซึ่งสามารถออกแบบ ให้สร้างหอพักนักกีฬาด้วยชิ้นส่วนโครงสร้างสําเร็จรูป มากที่สุด 1 ห้องใช้พักแผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่ 12 ชิ้น เท่านั้น หรืออย่าง บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์ จํากัด ที่เดิมขณะนั้นเพิ่งเริ่มกิจการยังไม่มีชื่อเสียง มากนัก ก็ได้รับงานเฟอร์นิเจอร์ 10,000 ชุด เป็นงาน ใหญ่ที่สุดของอินเด็กซ์ในช่วงเวลานั้น ก่อนจะได้แจ้งเกิดในวงการเฟอร์นิเจอร์อย่างเต็มตัวในเวลาต่อมา ยังมีบริษัทสถาปนิก Axis ที่เจ้าของเพิ่งกลับมาจาก ทํางานในสหรัฐอเมริกา ก็ได้ชนะการประกวดแบบงาน Landscape ของโครงการนี้ไปด้วย และได้แจ้งเกิดจากผลงานของโครงการในประเทศไทยเช่นกัน 

 

เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าร่วม ประกวดราคา แข่งขันอย่างเป็นธรรม

รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล กล่าวว่า การบริหารงานโครงการก่อสร้างด้วยความโปร่งใส เช่นนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วม ประกวดราคาได้อย่างเสรี มีการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม ซึ่งเจ้าของโครงการจะเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์มาก ที่สุด เพราะได้งานที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง ภายใต้ งบประมาณที่กําหนดไว้

“ผมยินดีที่จะบอกว่าเราเปิดให้ทุกคนมีสิทธิ แข่งขันเท่าเทียมกัน ก่อนหน้านี้ในระบบการประมูล งานราชการของไทยนั้น ถ้าใครที่ไม่มีเส้นสายก็แทบ จะไม่มีโอกาสเลย โครงการนี้เป็นโครงการแรกที่บอก ว่าไม่ต้องทําเช่นนั้น เพราะมีการดําเนินงานอย่างเปิดเผย โปร่งใสทุกขั้นตอน แต่ขณะนั้นก็ต้องยอมรับ ว่าสิ่งแวดล้อมดีเป็นส่วนสําคัญด้วย คือ ขณะนั้นมี พรรคและนักการเมืองดี มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดี (คุณธารินทร์ นิมมานเหมินต์ เป็น รมต.คลัง) ผู้บริหารโครงการดี มีจรรยาบรรณ (ม.ร.ว.จตุมงคล โสณกุล ปลัดกระทรวงการคลัง) และยังมีส่วนร่วมจากพลังภาคประชาชน อย่างเช่น อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ตอนนั้นเป็นรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อยู่ด้วย ก็ทําให้การดําเนินโครงการมีความราบรื่น ไม่มีการเมืองเข้ามาแทรก แสวงหาผลประโยชน์ได้ ดังนั้น การดําเนินงานโครงการก่อสร้างของภาครัฐ หากยึดถือตามระบบนี้ ดําเนินต่อ ๆ ไปทุกโครงการ ก็จะทําให้รัฐบาลได้งานที่คุ้มค่า ไม่ต้องเสียเบี้ยบ้าย รายทาง”

เคล็ดลับที่สําคัญอีกประการหนึ่ง คือการที่ต้องเปิดเผยข้อมูลและให้มีการแข่งขันอย่างยุติธรรม เป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้การบริหารงานก่อสร้างประสบความสําเร็จ

งานปัจจุบันที่ TACE ดําเนินการอยู่

หลังจากที่โครงการเอเชี่ยนเกมส์ดําเนินการ เสร็จสิ้นทันตามกําหนดที่วางไว้ TACE ยังคงมีงาน บริหารจัดการและควบคุมงานก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล เล่าว่า ทุกวันนี้ TACE มีงานอยู่หลายโครงการที่ดําเนินการอยู่ ในหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น จ.เชียงใหม่ หรือ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จ.ภูเก็ต ทั้งยังมีอีกหนึ่ง โครงการที่เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ที่เรารับทําการศึกษาลู่ทางและแนวคิดรูปแบบสถาปัตยกรรมเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ เป็นงานที่จะมี โอกาสได้ใช้ประสบการณ์ที่ได้สะสมมา 25 ปี ซึ่งเป็น แนวโน้มของการดําเนินงานต่อไปในอนาคตของ TACE ให้บริการได้อย่างครบวงจรมากขึ้น โดย รับดูแลปรึกษาตั้งแต่ขั้นที่เจ้าของที่ดินนําที่ดินมาปรึกษาเรา โดยงานลักษณะเช่นนี้แม้ในกรุงเทพฯ เองก็มีที่ดินใหญ่ๆ ที่ว่างอยู่มากในซอยทองหล่อ ก็มอบให้เราดําเนินการในลักษณะเช่นเดียวกันต้องการ ให้ดําเนินการในลักษณะเดียวกัน ในขณะนี้ TACE มี งานอยู่หลายโครงการทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นโครงการ พัฒนาโรงแรมขนาดเล็กหลายแห่ง ซึ่งเป็นเทรนด์ การลงทุนรูปแบบใหม่ของเจ้าของโครงการรุ่นใหม่ เพราะโรงแรมเป็นกิจการระยะยาว ด้วยศักยภาพของ ทีมงาน TACE ที่มีความแข็งแกร่ง คาดว่าจะสามารถ รับบริหารจัดการโครงการต่างๆ ได้ประมาณ 10-12 โครงการในเวลาเดียวกัน 

สําหรับงานควบคุมงานโครงการขนาดใหญ่ ล่าสุด TACE มีงานศูนย์การค้า The Gateway ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เอกมัย ซึ่งมีระยะเวลา ก่อสร้างประมาณ 2 ปี เริ่มดําเนินการก่อสร้างในปี 2553 ส่วนโครงการขนาดใหญ่อีกโครงการหนึ่ง ก็คือ โครงการก่อสร้างอาคาร มูลนิธิโรคไตภูมิราชนครินทร์ บริเวณถนนพญาไท ซึ่งเราภาคภูมิใจ เพราะเราเข้า เสนอตัวแข่งขันกับบริษัทชั้นนําอื่น ๆ และได้รับการ คัดเลือกจากคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ให้เป็น บริษัทผู้ควบคุมงานก่อสร้างทั้ง 2 โครงการติดต่อกัน

25 ปี แห่งการสะสมประสบการณ์ 

ก้าวต่อไปของ TACE หลังจากสะสมประสบการณ์มา 25 ปี ศักยภาพของบริษัทและทีมงานสูงขึ้น สามารถรับงานในรูปแบบใหม่ ๆ ได้มากขึ้น เช่น งานศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการออกแบบและก่อสร้างอย่างครบวงจร ซึ่งขอบเขตของงานจะให้ บริการตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ การออกแบบก่อสร้าง ควบคุมและบริหารงาน โครงการจนกระทั่งแล้วเสร็จ ซึ่งจะครอบคลุมถึง กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วย ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กก็ตาม  รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ได้เสริมว่า จะทําการเผยแพร่องค์ความรู้ต่างๆ ทั้งเทคนิค ด้านวิศวกรรม และประสบการณ์ในการบริหาร จัดการโครงการ โดยรวบรวมเป็นตําราตีพิมพ์เผยแพร่ และนําเสนอผ่านทางอินเทอร์เน็ตด้วย อีกทั้งยัง มีการวิจัยและพัฒนาทางด้านวัสดุก่อสร้างให้เกิดเป็น นวัตกรรมด้วยภูมิปัญญาของวิศวกรไทย ก็เป็นสิ่งที่ ยังคงให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา TAGE ก็ได้ร่วมวิจัยและพัฒนาอิฐบล็อก Lay & Go ที่ทําให้สามารถก่อสร้างได้ง่าย รวดเร็ว แข็งแรง ทนทาน ไม่แตกร้าว โดยสามารถวางเรียงต่อแห้งๆ ได้แบบต่อของเล่นจากบล็อกเลโก้ LEGO ก่อเป็น กําแพง โดยไม่ต้องใช้ปูนก่อ ทําให้ประหยัดทั้งค่าแรง และค่าปูนทรายก่อ ซึ่งนวัตกรรมที่คิดค้นนี้ได้จด ทะเบียนลิขสิทธิ์แล้ว “องค์ความรู้ในการบริหารจัดการโครงการนั้น ผมได้รวบรวมประสบการณ์และเทคนิคต่างๆ เมื่อได้ เข้ามาเป็นผู้อํานวยการหลักสูตรการบริหารงาน ก่อสร้าง ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศรีปทุม ระดับปริญญาโท เมื่อไม่นานนี้ องค์ความรู้ ต่างๆ จึงได้ถูกนํามารวบรวมไว้ด้วยกัน”

ระบุไทยขาดเจ้าภาพ ยกระดับวิชาชีพรับเหมาก่อสร้าง
 

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าประเทศไทยขาดสถาบัน ที่จะให้ความรู้เพื่อยกระดับผู้ประกอบวิชาชีพรับเหมา ก่อสร้างให้มีศักยภาพ เป็นอีกหนึ่งวิชาชีพที่มีเกียรติ และมีความรู้ เพราะวิชาชีพผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือ Contractor เป็นวิชาชีพที่ต้องมีความรู้ทางด้าน วิชาชีพประกอบกับความรู้ในเชิงธุรกิจ หรืออาจกล่าว ได้ว่าผู้รับเหมาก่อสร้างจะต้องมีองค์ความรู้เชิงกว้าง ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคการก่อสร้าง การใช้อุปกรณ์ และเครื่องมือใหม่ ๆ มากขึ้น ต้องนําเทคโนโลยีใน การบริหารการวางแผนงาน ซึ่งต้องมีความละเอียด กว่าการวางแผนธุรกิจอื่นๆ เพื่อให้สามารถบริหาร จัดการงานก่อสร้างให้สําเร็จได้ รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ได้กล่าว ว่า ความรู้ด้านการบริหารงานก่อสร้างสําหรับผู้ รับเหมาก่อสร้างไม่มีการเรียนการสอนเป็นหลักสูตร ในระดับปริญญาตรี ทั้ง ๆ ที่ความรู้สําหรับการเป็น ผู้รับเหมาก่อสร้างต้องเป็นความรู้ที่ลึกกว่าความรู้ทาง ด้านการบริหารจัดการงานก่อสร้าง ดังนั้น หากจะ พัฒนาหลักสูตรขึ้นมาควรจะเป็นระดับปริญญาตรี โดยรับนักศึกษาที่จบการศึกษาระดับ ปวช. หรือ ปวส. มีประสบการณ์ในการทํางาน 1-2 ปี เพื่อให้ สามารถนําความรู้ไปใช้ในการบริหารจัดการงานก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ได้ทันทีที่สําเร็จการศึกษา ดังนั้น หากในอนาคตน่าจะมีมหาวิทยาลัยชั้นนํา จัดตั้งสถาบันการศึกษาเป็นคณะใหม่ขึ้นมาเฉพาะ เพื่อยกระดับให้ผู้รับเหมาก่อสร้างเป็นอีกหนึ่งวิชาชีพ ที่มีบทบาทในการพัฒนาประเทศ  

ไทยมีโอกาสก้าวสู่งานระดับประเทศ แต่สถาบันการเงินและธนาคาร ต้องสนับสนุน

ประเทศไทยมีโอกาสก้าวสู่เวทีการค้า ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจให้บริการด้านงาน ก่อสร้าง ซึ่งทุกวันนี้ประเทศต่าง ๆ ได้เริ่มส่งออกงาน บริการด้านการก่อสร้างออกไปนอกประเทศแล้ว ดังนั้น ประเทศไทยซึ่งมีความได้เปรียบทางด้าน บุคลากร เพราะมีแรงงานฝีมือระดับที่ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นช่างเชื่อม ช่างไฟฟ้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง ทางออกของเศรษฐกิจในภาคการส่งออก เพราะ ธุรกิจการออกแบบและก่อสร้างเป็นธุรกิจบริการที่ ประเทศไทยมีศักยภาพ และความพร้อม ซึ่งมูลค่า ของงานก่อสร้างที่ก้าวออกไปสู่ต่างประเทศในปี หนึ่ง ๆ ขณะนี้จะอยู่ในระดับหลายหมื่นล้านบาทต่อปี 
ทั้งนี้ การก้าวออกไปประกอบวิชาชีพในต่าง ประเทศนั้น สถาบันการเงินและธนาคารต้องให้ความ ช่วยเหลือสนับสนุน เอื้อให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการ ดําเนินงานระหว่างประเทศ ปัจจุบันการประกอบ วิชาชีพในต่างประเทศมีการพัฒนามากขึ้น ไม่ใช่ เพียงแค่การออกไปรับจ้างก่อสร้างเช่นในอดีต หากแต่เป็นการใช้ความรู้ ความสามารถในวิชาชีพ มากขึ้น มีการวางแผนงานการดําเนินโครงการและ บริหารจัดการโครงการอย่างเป็นระบบ และที่สําคัญ คือ ทุกฝ่ายได้รับผลประโยชน์เท่าเทียมกัน

รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ได้เล่าว่า “สมัยก่อนการที่วิศวกรหรือผู้ประกอบวิชาชีพด้าน การก่อสร้างจะออกไปทํางานในต่างประเทศนั้นไม่ใช่ เรื่องง่ายนัก ธนาคารก็ไม่สนับสนุน มีผู้จัดการ ธนาคารแห่งหนึ่งได้มาบอกกับผมว่า พวกคุณอย่า คิดจะทําเลย เพราะไม่สําเร็จหรอก พวกสถาปนิก วิศวกรทําธุรกิจอะไรก็มักจะเจ๊ง เมื่อเวลาผ่านพ้นไป ก็พิสูจน์ว่าเราทําได้สําเร็จ โดยเราได้ไปบุกเบิกงาน ในตะวันออกกลาง เริ่มที่ได้งานออกแบบหมู่บ้าน นักกีฬาครั้งที่ 15 ที่กาตาร์มาก่อน และมีคนไทยได้ ไปรับงานอีกต่อเนื่องหลายต่อหลายโครงการ และ น่าจะเป็นบทพิสูจน์ได้ดี ผมหวังว่าในปัจจุบันธนาคาร และสถาบันการเงินคงจะมีความเข้าใจมากขึ้น” 
 25 ปีบนเส้นทางวิศวกรที่ปรึกษามืออาชีพ ได้สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งสําคัญของการประกอบ วิชาชีพวิศวกร ไม่ใช่แค่เก่ง มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เท่านั้น หากแต่ความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ บริหารจัดการงาน ก่อสร้างทุกโครงการด้วยความมีคุณภาพ และโปร่งใส จะเป็นสิ่งที่การันตีถึงความสําเร็จบนเส้นทางของ การประกอบวิชาชีพได้อย่างแท้จริง 



Associate Professor Dr. Tortrakul Yomanak TACE 25 Years for Control of Quality Work – On the Path of Professional Consulting Engineer 


During the past 25 years, there was one person who became a pioneer that worked on the path of a profession in providing consultancy in engineering. He was very determined in working securely with good virtues and ethics. This engineer is Associate Professor Dr. Tortrakul Yomanak, the founder of Tortrakul and Associates Consulting Engineer Co., Ltd. or TACE. He was considered as an idol of a Thai engineer who is well accepted and recognized in the heart of everyone or the Idol who is full of capabilities and experiences. However, the most important of all is performing a job with honesty, transparency and the work can always be checked.  “I feel very proud to always perform work with honesty, which is a good example for an engineering profession having good ethics, dealing directly and working on the basis of correctness and justice. Though honesty may not give the highest pay but one can always feel fully proud to work as an engineer.” It may well be accepted that the image of a consulting engineer may look as if it is full with power that gives different kinds of benefits. Therefore, performing a consulting engineer profession with a full believe in good ethics is considered as a challenge.

Today, we have been able to proof that we can implement work with honesty and still is able to survive until the present. This is what Associate Professor Dr. Tortrakul has stated which reflects that there are ethics in performing an engineering profession and it is a proof for TACE that it is able to improve its management in construction work continuously. It is a guarantee for the quality of work with its professional experiences in construction work as is seen through many of its projects. This includes building of offices, condominiums, hotels and resorts, educational institutions, trade centers and amusement park, as well as industrial factories, all of which are real quality control of construction work. The next move for TACE after its 25 years of experience is the potential of the Company and its team work has been raised.It is able to accept more new forms of work, such as a creating a complete cycle for providing a feasibility study of the project, design and construction. The scope of work would consist of providing a feasibility study of the project, design, construction, supervise and manage the project until its completion. This would thus cover the whole processes of procurement, and employment, whether it is a big size project or a small one. On the path of professional consulting engineer, it has reflected that the most important factor in performing a profession in engineer is not only having professional skills, knowledge, abilities and experiences, but working with honesty in the profession, managing all construction projects with quality and transpa rency.It is a guarantee for success on the path of performing a real profession. 

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *