1 win casino1win aviatormosbetmosbet casinopin-upmostbet aviator login1 winmostbet1 win azpin up casino1winmosbetpin up bettingparimatchlacky jet4era betmostbet casinoparimatchpin up azerbaijanlucky jet casino1win slot4rabet mirror1 win casinoluckyjet1wınmosbetaviator4rabet bangladesh1 winpin up az1win onlinepin up indialucky jetmostbet azmostbetpin up kz1win1win casino1win saytimostbet aviatorlucky jetmostbetmostbet onlinepinup loginpin uppin up1win login4r betmosbet indiamostbet azaviator mostbet

จีนทำอย่างไร อาคารสูงในเมืองเฉินตู จึงดูเขียวไปหมด ?

โดย รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค

นโยบาย “Park City” ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ผลออกมาเป็นอาคารเขียวขจี ด้วยการให้สิทธิพิเศษอาคารที่ออกแบบสนับสนุนนโยบาย

จีนทำอย่างไร อาคารสูงในเมืองเฉินตู จึงดูเขียวไปหมด ?

…. การที่ตึกสูงในเมืองเฉิงตู (Chengdu) ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้จนเขียวขจี หรือที่เราคุ้นตาในภาพโปรเจกต์ “ป่าแนวตั้ง” (Vertical Forest) นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือเป็นเพียงแฟชั่นสถาปัตยกรรมครับ แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจาก **นโยบายยุทธศาสตร์ระดับชาติของรัฐบาลจีน**

ที่ถูกนำมาขับเคลื่อนอย่างจริงจังในระดับท้องถิ่น โดยมีกลไกสำคัญดังนี้ :

1. นโยบาย “Park City” (เมืองในสวน) ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง

จุดเริ่มต้นที่ทำให้เฉิงตูกลายเป็นโมเดลหลัก เกิดขึ้นเมื่อปี 2018 เมื่อประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เดินทางมาเยือนเฉิงตูและได้ประกาศแนวคิด **”Park City” (公园城市)** ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยกำหนดให้เฉิงตูเป็นเมืองนำร่องในการสร้างเมืองรูปแบบใหม่ที่ *“ผสานเมืองเข้ากับธรรมชาติอย่างกลมกลืน”* ไม่ใช่แค่การปลูกต้นไม้ริมทาง แต่เป็นการบังคับให้พื้นที่สิ่งปลูกสร้างทั้งหมด รวมถึงตึกสูง ต้องมีสัดส่วนของพื้นที่สีเขียวในอัตราที่สูงมาก

2. การผลักดันที่อยู่อาศัยยุคที่ 4 (4th Generation Housing)

รัฐบาลท้องถิ่นเฉิงตูได้ออกนโยบายสนับสนุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เรียกว่า **”บ้านยุคที่ 4″** ซึ่งนิยามไว้ว่าจะต้องเปลี่ยนจากตึกคอนกรีตกล่องสี่เหลี่ยมแบบเดิม ให้กลายเป็นบ้านที่มีลานสวนส่วนตัวลอยฟ้า (Private Vertical Gardens) โดยรัฐบาลให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้พัฒนาโครงการ เช่น:

* **การผ่อนปรนกฎหมายผังเมือง:** ยอมไม่นับรวมพื้นที่ระเบียงที่ปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่เข้าเป็น “พื้นที่ก่อสร้างรวม (Floor Area Ratio – FAR)” ที่ใช้คำนวณภาษีหรือข้อจำกัดความสูง ทำให้ดีเวลลอปเปอร์มีแรงจูงใจในการสร้างระเบียงขนาดใหญ่ยื่นออกมาเพื่อปลูกป่าได้โดยไม่เสียสิทธิ์พื้นที่ขาย

3. ยุทธศาสตร์ “Sponge City” (เมืองฟองน้ำ)

จีนมีนโยบายระดับชาติที่เรียกว่า **Sponge City (海绵城市)** เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในเขตเมืองใหญ่จากการพัฒนาระบบคอนกรีตที่หนาแน่น การบังคับให้ตึกสูงทำสวนลอยฟ้า (Roof Gardens) และสวนแนวตั้งบนระเบียงตึก เป็นหนึ่งในข้อกำหนดกฎหมายควบคุมการก่อสร้าง เพื่อให้ต้นไม้และดินบนตึกสูงเหล่านี้ช่วยดูดซับน้ำฝนชะล้าง ลดภาระของระบบระบายน้ำใต้ดิน และช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน (Urban Heat Island Effect) ในเมืองใหญ่

นักพัฒนา: ได้บทเรียนราคาแพงจาก “ยุง” ที่มาพร้อมกับต้นไม้ และการจัดการ

แม้นโยบายจะล้ำหน้าและขายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว เช่น โครงการชื่อดังอย่าง **Qiyi City Forest Garden** ในเฉิงตู (อพาร์ตเมนต์ป่าแนวตั้ง 8 แท่ง รวม 826 ยูนิต) แต่ในช่วงแรกกลับเจอปัญหาใหญ่ทาง ภูมิสถาปัตยกรรม เนื่องจากสภาพอากาศของเฉิงตูมีความชื้นสูงและฝนตกชุก เมื่อผู้ซื้อมั่นใจในระบบอัตโนมัติแต่ขาดการเข้าไปบำรุงรักษาอย่างเป็นระบบ ต้นไม้จึงโตอย่างหนาแน่นจนกลายเป็น “ป่ารก” และกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย จนผู้คนไม่สามารถเข้าอยู่ได้ในช่วงแรก

จากบทเรียนดังกล่าว รัฐบาลจีนและสถาปนิกจึงปรับข้อกำหนดใหม่ โดยเปลี่ยนจากการปล่อยให้ลูกบ้านดูแลต้นไม้เอง มาเป็นการบังคับให้ **”ระบบจัดการส่วนกลาง”** (เช่น รถกระเช้าตึก, ระบบรดน้ำอัจฉริยะ และการเลือกพืชเฉพาะถิ่นที่ไม่กักน้ำ ทำหน้าที่ดูแลต้นไม้ทั้งหมดเสมือนเป็นโครงสร้างพื้นฐานชิ้นหนึ่งของตัวตึก เพื่อให้เมืองเขียวขจีได้อย่างยั่งยืนและน่าอยู่จริง ๆ

*** ทุกเช้าวันจันทร์ พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจในวงการการก่อสร้าง ในชุด
“ เปิดสมองมองก่อสร้าง ”
นำเสนอโดยอาจารย์ต่อ